•  Spoiled : Decade X Double 2010
     เชิญมารับชมกันตามใจและติชมกันได้ตามสะดวก เฮ้อ!!! เหนื่อยยยยย
 FIRST PAGE [1] 2 3 ... NEXT >> LAST PAGE
zeronos
ต่อสู้ในวันนี้ก็เพื่อวันนี้
สมาชิกหมายเลข: 151
จำนวนการโพสท์: 6416
เข้าร่วมเมื่อ: 5/09/2550
ประวัติการต่อสู้
ชนะ:0 แพ้:0 เสมอ:0
post message post message 
VIP Member

Masked Rider Decade : Final Chapter

ความเดิมตอนที่แล้วของ Masked Rider Decade



Decade ออกเดินทางไปยังโลกต่างๆและได้ทำในสิ่งที่ควรจะทำในแต่ละโลกใบนั้นๆเพื่อไม่ให้โลกทั้งหมดต้องสูญสลายไป การเดินทางนั้น Deacde ได้รับมิตรภาพ เพื่อนพ้องและพลังในการต่อสู้มาตลอดการเดินทาง แต่เมื่อเดินทางถึงโลกของสงครามไรเดอร์ Deacde กลับไม่สามารถหยุดยั้งการล่มสลายของโลกไรเดอร์ทั้ง 9 เอาไว้ได้ เพราะ Decade ไม่ยอมทำหน้าที่ของตนเองในฐานะผู้ทำลาย แต่กลับไปสร้างมิตรเอาไว้เสียแทน จึงเป็นเหตุให้เหล่าไรเดอร์ทั้งหมดตรงเข้าจัดการกับ Decade เพราะถือว่า Deacde คือต้นเหตุของเรื่องราวทั้งหมดในทันที โดยบทสรุปของการต่อสู้นั้นจะเป็นอย่างไรต่อไป??



"Decade ตอนนี้มันไปอยู่ที่ไหนของมันนะ" Skyrider บินสำรวจทั่วท้องฟ้าหวังจะหาตำแหน่งของ Decade แต่ก็ยังไม่พบอะไร ส่วนทางภาคพื้นดินก็มี Kabuto และ Super-1 คอยตรวจการณ์ด้านล่างให้อยู่



"ถึงยังงั้นก็อย่างเพิ่งประมาทหละ เพราะหมอนั่นหนะ มันปีศาจชัดๆ" (เพิ่งจะรู้ว่าเวลาโชวะไรเดอร์จะพูดจะมีตากระพริบแสงด้วยแฮะ แปลกดีๆ) ซึ่งไม่ทันที่ Super-1 จะได้เตือนเสร็จ จู่ๆ Skyrider ก็ถูกไล่โจมตีด้วยท่าไม้ตาย FAR: Dimension Blast ของ Decade ถึงแม้ Skyrider จะพยายามหลบเลี่ยงยังไงก็ไม่เป็นผล จนในที่สุดก็ถูกโจมตีกลางอากาศและมาระเบิดบนพื้นจนไม่เหลือซาก



หลุมระเบิดขนาดใหญ่นั้น ไม่มีร่างของ Skyrider เหลืออยู่เลย คงอยู่แต่การ์ดใบเดียวที่ตอนนี้มือสังหารคนนั้นกำลังมาเก็บมันไป แต่พอทันทีที่ทั้ง Super-1 และ Kabuto เข้ามาถึงหลุมระเบิดนั้น Decade ก็ใช้การ์ด AR: Clock Up พร้อมกับการ์ด AR: Invisible เล่นงานสองไรเดอร์จนพินาศโดยไม่มีโอกาสแม้แต่จะทันตั้งตัว จากไรเดอร์ 2 คนบัดนี้เหลือเพียงแค่เศษแขนของ Super-1 และส่วนเขาของ Kabuto เอาไว้หลังการระเบิดครั้งนั้นเท่านั้น



Decade ที่คืนร่างเป็นสึคาสะหยิบการ์ดไรเดอร์ทั้ง 2 ขึ้นมา สีหน้าแววตาของสึคาสะเปลี่ยนไป ราวกับมุ่งหมายแต่การกำจัดและสังหารแต่เพียงอย่างเดียวไปซะแล้ว



"ดีเคท ผู้ทำลายโลก ผลจากการที่เขาตั้งตนเป็นศัตรูกับไรเดอร์ทั้งหมด จะทำให้เขาเห็นอะไรอย่างงั้นหรือ??"



ทางด้านของร้านถ่ายรูปฮิคาริ ตอนนี้บรรยากาศของความสนุกสนานหายไปจนหมด เพราะเหลือแค่นัตสึมิและลุงฮิคาริเจ้าของร้านเท่านั้น

"สึคาสะคุงหายตัวไปตั้งแต่วันนั้น รวมถึงยูสุเกะและคิบร่าก็ด้วย สุดท้ายพวกเราก็ต้องกลับมากันอยู่ตามลำพังสินะ" นัตสึมิหวนคิดถึงบรรยากาศเก่าๆที่ทุกคนเคยพร้อมหน้า และคงไม่ใช่แค่นัตสึมิคนเดียว เพราะลุงฮิคาริเองก็เหมือนจะนึกถึงบรรยากาศนั้นไม่ต่างกัน เพราะเผลอรินกาแฟใส่แก้วของทั้งสึคาสะและยูสุเกะไปด้วย



"ตายหละ นี่ฉันเผลอทำกาแฟสำหรับ 4 คนอีกแล้วเหรอเนี่ย??" นัตสึมิเองพอเห็นแบบนั้นก็เข้ามาจัดการเก็บแก้วของทั้ง 2 ทันที

"เก็บๆมันไปซะเถอะค่ะ ไม่อย่างนั้นเราคงจะเผลอนึกไปเองอยู่เรื่องว่าพวกเขายังอยู่กับเรา" นัตสึมิเองก็คงจะเจ็บปวดใจไม่น้อยเลยทีเดียว แต่ว่าในตอนนั้น ก็มีแขกมาเยือนที่ทั้งสอง นั่นก็คือ ไดกิ ไคโตะ นั่นเอง ซึ่งนัตสึมิเองก็คงแปลกใจที่ไคโตะโผล่มาหานั่นแหละนะ



"นี่พวกเธอยังไม่ลืมอดีตกันอีกเหรอเนี่ย ต่างจากฉันนะ ฉันลืมพวกเขาได้หมดแล้ว พวกเธอเองก็น่าจะรีบๆลืมซะนะ เอ้อ มาสเตอร์ ขอกาแฟหน่อยสิ" มาถึงก็พล่ามๆอย่างเดียว แถมสั่งกาแฟอีกต่างหาก แน่นอนลุงฮิคาริต้องมีแหวใส่บ้าง

"นี่ๆ ฉันไม่ใช่บริกรนะ แล้วที่สำคัญนี่ก็ไม่ใช่ร้านอาหารด้วย" ถึงจะปฏิเสธแบบนั้น แต่ก็เห็นลุงแกเตรียมกาแฟให้อยู่ดีนั่นแหละ นัตสึมิเห็นแบบนั้นก็ไม่ห้ามอะไรด้วย

"ฉันอยากรู้จริงๆว่า ตอนนี้สึคาสะคุงกับคนอื่นไปอยู่ที่ไหนกัน"



"ที่นั่นไงหละ" ไคโตะชี้ไปที่รูปภาพด้านหลัง เป็นภาพของโลกแต่ละโลกที่กำลังจะถูกผนวกเข้าหากันและกำลังจะล่มสลาย
ไป

"สึคาสะคุง อยู่ที่ไหนซักแห่งในโลกนั้นสินะ"



ทางด้านของสึคาสะเอง ระหว่างกำลังเดินทางไปไหนซักแห่ง ก็ถูกล้อมกรอบด้วยกองทัพ Riotrooper จำนวนมาก และในที่ตรงนั้นยูสุเกะเองก็ปรากฎตัวขึ้นด้วย



"สึคาสะ คราวนี้นายไม่มีทางหนีไปไหนได้อีกแล้ว" คำพูดของยูสุเกะที่มีต่อสึคาสะราวกับคนที่ไม่รู้จักกันไปแล้ว

"ฉันเองก็ไม่ได้คิดจะหนีนี่"

"ความจริงฉันเองก็ไม่ได้อยากสู้กับนาย แต่ที่ต้องทำแบบนี้ เพื่อป้องกันการล่มสลายของโลก หวังว่านายคงพร้อมแล้วนะ" ยูสุเกะในตอนนี้เอาจริงเต็มที่



"หยุดพิรี้พิไรเถอะน่า เข้ามากันได้แล้ว" สึคาสะแปลงร่างเป็น Decade แต่หน้าตาของ Decade เปลี่ยนไป ราวกับถูกครอบงำด้วยความโกรธและกระหายต่อการทำลาย ซึ่งถึงแม้ว่าเหล่า Riotrooper จะเข้ารุมยังไง ก็ทำอะไร Decade ไม่ได้เลยแม้แต่น้อย แถม Decade เองยังไม่มีการออมมืออีกต่างหาก

"สึคาสะ" ยูสุเกะที่เห็นภาพนั้นเหมือนจะปวดใจกับการที่วันหนึ่งตนเองต้องสู้กับ Decade เข้าสักวัน แต่ความคิดนั้นก็ถูกหยุดลงด้วยเสียงฝีเท้าขนาดใหญ่ที่ใกล้เข้ามา

"ฉันเคยสงสัยนะ ว่าทำไมสึคาสะคุงถึงต้องคอยถ่ายรูปจากที่ต่างๆเอามาเก็บไว้ด้วย แต่ถึงอย่างนั้นรูปที่ถ่ายมาก็ใช้ไม่ได้เลย" นัตสึมิกับไคโตะออกมานั่งคุยกันด้านนอก โดยพูดถึงรูปที่สึคาสะถ่ายเก็บไว้ในแต่ละโลก และเผารูปที่สึคาสะเคยถ่ายไว้ คงเพื่อที่ว่าทุกคนจะได้ลืมไปซะ



"ไม่รู้สิ แต่ที่รู้แน่ๆก็คือ หมอนั่นไม่ได้เข้มแข็งแบบที่เราเห็นกันหรอกนะ หมอนั่นหนะ ไม่กล้าเผชิญหน้ากับโลกใบนี้โดยตรง เลยใช้วิธีเผชิญโลกผ่านทางพวกรูปภาพเหล่านี้แทนไงหละ"



"แต่การที่เขาพยายามจะถ่ายรูปโลกต่างๆมันหมายถึงการที่เขาอยากรู้จักกับโลก ไม่สิ หรือว่าเขาต้องการที่จะรู้จักกับคนอื่นๆงั้นเหรอ"

"ฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกัน" ไคโตะและนัตสึมิไม่สามารถหาคำตอบตรงนี้ได้ ทางเดียวที่จะรู้ได้คือคงต้องรู้จากตัวสึคาสะเองเท่านั้น

แต่ในระหว่างที่ไคโตะและนัตสึมิกำลังคุยกันอยู่นั้น ก็มีประตูมิติขนาดใหญ่ปรากฎขึ้นพร้อมกับเสียงสะเทือนเลือนลั่น ซึ่งไคโตะรู้ได้ทันทีว่านั่นคือการมาของ Masked Rider J



ซึ่งก็เป็นไปตามคาด บริเวณที่มีการต่อสู้เมื่อครู่ ตอนนี้ J กำลังไล่รุกราน Decade อยู่ ซึ่งนัตสึมิก็วิ่งมาทันเห็นการต่อสู้ครั้งนี้พอดี (ปล.นัตสึมิวิ่งเร็วมากๆ)



Decade ใช้การ์ด AR: Gigant และ AR: Side Basher เข้าเล่นงานด้วยกระสุนมิซไซล์จำนวนมาก จน J ถึงกับล้มทั้งยืน ผลจากการะเบิดอันรุนแรงของ J ทำให้ยูสุเกะที่อยู่บริเวณนั้นบาดเจ็บไปด้วย ทำให้ Decade ครอบครองการ์ดของ J ได้ในที่สุด (นัตสึมิก็ยืนแถวนั้น ทำไม่เป็นอะไรเลยหว่า??)



หลังการต่อสู้สึคาสะก็นำการ์ดไรเดอร์ทั้งหมดออกมาดู ซึ่งก็เห็นได้เลยว่าสึคาสะกำจัดไรเดอร์ไปมากพอดูแล้ว โดยในระหว่างนั้นเหล่า Riotrooper ก็เข้ามาขวางสึคาสะไว้อีกครั้ง

"พวแกนี่มันไม่รู้จักหลาบจำกันเลยสินะ" ระหว่างที่สึคาสะกำลังจะออกไปลุย ก็มีสาวน้อยคนหนึ่งออกมาขวางสึคาสะไว้ซะก่อน (ซึ่งเรารู้กันว่านั่นคือ มิซากิ ยูริโกะ)



"นี่เธออีกแล้วเหรอเนี่ย หลบไปน่า" แต่ดูเหมือนคำเตือนของสึคาสะจะไม่มีผลอะไร ผู้หญิงคนนั้นยังคงเดินออกไปเผชิญหน้ากับเหล่าพร้อมกับเปลี่ยนร่างตัวเองด้วย



"มนุษย์ไฟฟ้า แทคเกิ้ล!!" สิ้นเสียงประกาศตัว แทคเกิ้ลก็เข้าต่อสู้กับเหล่า Riotrooper และสามารถเล่นงานเหล่า Riotrooper จนล่าถอยไปได้ในที่สุด (ไม่รู้ว่าเพราะแทคเกิ้ลเก่ง หรือว่าไอ้พวกนี้มันอ่อนกันแน่??) หลังจากสู้เสร็จยูริโกะก็เข้ามากระแซะสึคาสะทันที



"ฉันรู้นะ ว่าสึคาสะต้องการฉันใช่ไหมล่า??" แต่สึคาสะเองก็ไม่สนใจต่อคำถามนั้น และเดินออกไปอย่างไม่สนใจ จนยูริโกะเองต้องรีบตามสึคาสะไป



ทางด้านของยูสุเกะที่บาดเจ็บจากลูกหลงก็ได้นัตสึมิมาช่วยปฐมพยาบาลให้

"นี่แสดงว่า นายไล่ตามสึคาสะคุงมาตลอดเลยสินะ" นัตสึมิถามถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงที่ทั้งทั้งสองหายไป แล้วเธอก็ได้เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างนั้น

"ใช่ ตลอดที่ผ่านมา หมอนั่นกำจัดไรเดอร์ไปทีละคนๆ จนตอนนี้ไรเดอร์อย่างพวกเราเหลือน้อยเต็มทีแล้ว" ยูสุเกะอธิบายสถานการณ์ที้่เกิดขึ้นให้นัตสึมิได้ฟัง

"ไม่จริงน่า ไม่เห็นมีเหตุผลที่จะต้อง......" แต่ก่อนที่นัตสึมิจะได้พูดอะไรมากกว่านั้น ยูสุเกะก็พูดขึ้นมาซะก่อน



"หมอนั่นหนะไม่ใช่สึคาสะที่พวกเรารู้จักอีกต่อไปแล้วนะ หมอนั่นหนะ กลายเป็นปีศาจไปแล้ว" คำพูดนี้ของยูสุเกะทำให้นัตสึมิรู้สึกสับสนและทำอะไรไม่ถูก

ทางด้านสึคาสะและยูริโกะก็อยู่ระหว่างเดินทาง โดยที่ยูริโกะก็เกาะติดสึคาสะแจ ไม่ยอมห่าง

"นี่ เธอเองก็เป็นพวกเดียวกับไรเดอร์ แล้วเธอมาอยู่ข้างๆฉันทำไมเนี่ย??"

"ทำไมกันน้า?? งั้นที่ตามมาเพราะว่านายเป็นคนหล่อ เหตุผลแค่นี้โอเคมะ"

"แบบนั้น เขาไม่เรียกเหตุผลแล้ว" ไม่รู้ว่ารู้สึกไปเองรึเปล่า แต่ท่าทีของสึคาสะต่อยูริโกะค่อนข้างจะอ่อนโยนพอสมควรเลย



"เอาเถอะน่า ยังไงยูริโกะก็สบายใจที่จะได้ตามสึคาสะตลอดไปแหละนะ" และแน่นอน ยูริโกะก็เข้ามากระแซะสึคาสะต่อเหมือนเดิม โดยระหว่างนั้นสึคาสะและยูริโกะก็ได้พบกับนัตสึมิและยูสุเกะเข้าพอดี (อารมณ์เหมือนละครหลังข่าวอีกและ)

"สึคาสะคุง"

"นัตสึมิ" สังเกตว่าสึคาสะจะไม่ได้เรียกนัตสึมิว่า นัตสึมิคัง เหมือนแต่ก่อนอีกแล้ว

"ผู้หญิงคนนั้นใครกันหนะ??" ยูสุเกะคงกลัวคนดูจะลืมว่าตัวเองอยู่ตรงนั้น เลยต้องชิงถามเกี่ยวกับผู้หญิงที่อยู่ข้างตัวสึคาสะขึ้นมาบ้าง

"ไม่ใช่ธุระอะไรของนาย!!" สึคาสะก็โต้ตอบทันควัน ความสัมพันธ์ของ 3 คนนี้ท่าทางจะแย่ลงอย่างถึงที่สุดแล้ว



"สึคาสะคุง ทำไม ทำไมถึงต้องกำจัดไรเดอร์ทั้งหมดด้วย" นัตสึมิตั้งคำถามกับสึคาสะในสิ่งที่เธอออยากรู้มานานว่าสุดท้ายแล้ว Decade ต้องเป็นผู้ทำลายโลกจริงหรือไม่

"ในแต่ละโลก ฉันทำในสิ่งที่ควรจะทำต่อโลกนั้นๆด้วยหน้าที่ที่ถูกกำหนด แต่ว่าตอนนี้และหลังจากนี้ ฉันจะทำทุกอย่างด้วยจุดประสงค์ของตัวเอง"

"ซึ่งจุดประสงค์ของนายที่ว่าคือการขจัดไรเดอร์ทั้งหมดออกไป ใช่ไหมหละ" ยูสุเกะถามย้ำกับสึคาสะอีกครั้ง ซึ่งสึคาสะเองก็ตอบได้โดยไม่ลังเล



"ฉันคือผู้ทำลายสิ้นทุกสรรพสิ่ง และตอนนี้ ชะตากรรมนี้นี่แหละคือตัวฉันในตอนนี้ มันก็แค่นั้นแหละ" ในระหว่างการสนทนานั้น ไคโตะเองก็ได้มาแอบฟังการพูดคุยนั้นด้วย และท่าทางเหมือนไคโตะเองเหมือนจะคิดอะไรบางอย่างกับคำพูดของสึคาสะ



"ถ้ายังอยากจะมีชีวิตอยู่หละก็ รีบหนีไปให้ไกลๆหน้าฉันซะ ไปซะสิ" สึคาสะจิกหัวยูสุเกะขึ้นมา แต่ยูสุเกะก็ปัดมือของสึคาสะออกไป สายตาของทั้งสองที่มองกันเต็มไปด้วยความโกรธแค้น สุดท้ายสึคาสะก็เป็นฝ่ายเดินออกมาจากที่ตรงนั้นเอง แต่นัตสึมิกลับไม่ยอมให้สึคาสะจากไปง่ายๆแบบนั้น



"ฉันจะไม่ไปไหนทั้งนั้นแหละ เพราะฉันยังเชื่อในตัวเธอนะ" นัตสึมิเลือกที่จะนำกล้องของสึคาสะมาถ่ายรูปของสึคาสะเก็บไว้ แต่สึคาสะก็รีบมาคว้ากล้องนั้นพร้อมกับขว้างทิ้งไปอย่างไม่ใยดี ทำเอานัตสึมิถึงกับตกใจ ทำอะไรไม่ถูก

"ฉันไม่ต้องการกล้องนั่นอีกแล้ว ต่อไปไม่ว่าจะเป็นอะไรที่มาเผชิญหน้ากับฉัน ฉันจะทำลายมันให้ป่นปี้ทั้งหมดนั่นแหละ" สึคาสะที่ตั้งใจจะหาเรื่องเต็มที่ก็ถูกยูริโกะลากออกไปจากบริเวณนั้นซะก่อน ซึ่งทางนัตสึมิเองเมื่อนึกขึ้นได้ก็รีบออกมาตามหากล้องที่สึคาสะขว้างทิ้งมา ถึงแม้จะหาจนเจอแต่กล้องนั้นก็พังไปซะแล้ว



"ฉันจะทำยังไงดี หรือว่าฉันทำอะไรไม่ได้เลย ไม่มีอะไรที่ฉันทำเพื่อหมอนั่นได้เลยสินะ" นัตสึมิได้แต่มองกล้องของสึคาสะด้วยใจที่ห่อเหี่ยว แต่ว่าระหว่างนั้นคิบาร่าก็บินเข้ามาหานัตสึมิพอดี



"นัตสึมิจัง เธอลืมที่นารุทากิพูดไว้ไปแล้วเหรอ ว่ามีแค่เธอคนเดียวเทานั้นที่จะหยุดยั้งสึคาสะคุงได้" คิบาร่าพยายามให้นัตสึมินึกถึงคำพูดของนารุทากิก่อนหน้านี้

"ฉันเนี่ยเหรอ?? จะหยุดเขาได้" นัตสึมิเองท่าทางก็คงจะเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งถึงสิ่งที่เธอจะทำต่อไปนี้



"เวลามาถึงแล้วนะ ฉันจะให้เธอยืมพลัง พลังอันแข็งแกร่งที่จะไม่แพ้กระทั่งปีศาจไงหละ" คิบาร่าบอกหนทางทั้งหมดให้ แต่นัตสึมิเองเหมือนยังตัดสินใจไม่ได้ซะทีเดียว

ทางด้านของลุงฮิคาริ เมื่อตกกลางคืนก็เดินมาที่ร้านเหล้าร้านหนึ่ง ท่าทางเหมือนกับว่านัดใครไว้ยังไงยังงั้น



"เอ ริวจังจะมารึยังน้า?? อ้าว ยังไม่มานี่นา" ว่าแต่ในสถานการณ์แบบนี้ คนที่ลุงฮิคารินัดพบด้วยนี่เป็นใครกัน

"ผมรอท่านอยู่เลย เชิญนั่งครับ" ทางเถ้าแก่เจ้าของร้านกล่าวทักทายลูกค้า แต่ดูรูปแบบการทักทายมันดูแปลกๆชอบกล ราวกับลูกน้องเคารพหัวหน้ายังไงยังงั้น โดยเมื่อลุงฮิคารินั่งลงปุ๊บ ก็ได้รับของเสริฟ์มาทันที เป็นปลาหมึกแห้งกับเบียร์ ซึ่งเมื่อลุงฮิคาริเห็นของเสริฟ์นี้เข้า ก็เหมือนจะนึกอะไรออกขึ้นมาทันที



"อิคาเดะ (ปลาหมึกแห้ง) เบีย-รุ (เบียร์) อิคาเดเบียรุ อิคาเดวีลุ(IkaDevil) งั้นเหรอ??" (ตรงนี้เป็นการเล่นคำของทางเขานะครับ อ่านตามไม่เข้าใจโปรดดูของจริง) ซึ่งเมื่อลุงฮิคาริมองเจ้าของร้านให้ดีๆ กลับพบว่าหมอนั่นคือนารุทากินั่นเอง และไม่ทันจะได้นึกอะไรมากกว่านั้น ผ้าคลุมสีดำก็เข้ามาคลุมร่างกายของลุงฮิคาริเหมือนเดิมอีกครั้ง



"ฉันนี่แหละ ซูเปอร์ ดร. ชินิงามิ" ในที่สุดลุงฮิคาริก็เปลี่ยนร่างตนเองกลายเป็น ดร.ชินิงามิ อีกครั้ง



"และฉันก็คือ.....นายพลโซลยังไงหละ" ทางนารุทากิเองก็เปิดเผยตัวจริงของตนเอง ที่แท้คือนายพลโซลที่เคยต่อสู้กับดับเบิลไรเดอร์มาตั้งแต่เมื่อครั้งอดีตนั่นเอง

"และในตอนนี้ ไดชอคเกอร์ของเราได้เกิดใหม่กลายเป็น ซูเปอร์ชอคเกอร์ แล้ว" ดร.ชินิงามิประกาศเปลี่ยนชื่อองค์กร์กันง่ายๆเลย ซึ่งทันทีที่แกนนำทั้งสองปรากฎตัว เหล่าทหารและกำลังรบของซูเปอร์ชอคเกอร์นำโดยนางพญาผึ้งนั่นเอง



"ทั้งหมดแสดงความเคารพต่อผู้นำอันยิ่งใหญ่ของเรา ดร. ชินิงามิ และนายพลโซล!!!" ซึ่งเหล่ากีกี้ก็น้อมรับคำสั่งและแสดงความเคารพด้วยเสียง "กี้" โดยพร้อมเพรียง

"เฮ้!! ชุดแกหนะ ใส่ให้มันดีๆหน่อย ควาไม่มีระเบียบในการแต่งตัวย่อยหมายถึงความหละหลวมในการทำงาน เข้าใจมั้ย?? และในตอนนี้ฉันเป็นเจ้านายของพวกแก ฉันไม่มีวันยอมให้พวกแกทำตัวไร้ระเบียบแบบนี้แน่ รู้เอาไว้ซะ" ทางนายพลโซลก็ตรวจตราลูกน้องยังกะค่ายทหารเลยวุ้ย



"เพราะ Decade ทำให้ตอนนี้มีไรเดอร์ที่จะคอยขัดขวางเราเหลือแค่ไม่ถึงหยิบมือ และอีกไม่นานสัตว์สังหารอันทรงพลังก็จะตื่นขึ้น เมื่อนั้นแหละที่โลกจะเป็นของพวกเรา ซูเปอร์ชอคเกอร์" ดร.ชินิงามิประกาศสโลแกนออกมาเรียบร้อย พร้อมที่จะบุกยึดครองโลกในเร็ววัน



ทางด้านสึคาสะและยูริโกะก็หลบหน้าทุกคนมาอยู่ที่โรงงานร้างแห่งหนึ่ง ซึ่งระหว่างที่สึคาสะเองกำลังไล่ดูการ์ดที่ตนเองเก็บมาได้นั้น ก็พบกับการ์ดไรเดอร์ใบหนึ่งที่ไม่คุ้นเคย (แต่คนดูรู้หมดแล้ว ว่านั่นใคร) ซึ่งยูริโกะเห็นสึคาสะชอบนั่งดูการ์ดที่ได้มาเป็นประจำ ก็เลยอดถามไม่ได้

"นี่ๆ ทำไมจะต้องมานั่งดูการ์ดพวกนั้นหลังการต่อสู้ทุกครั้งด้วยหละ??"



"การ์ดพวกนี้คือสิ่งเดียวที่เหลืออยู่หลังจากการต่อสู้กับเหล่าไรเดอร์ ดังนั้นอย่างน้อยฉันก็อยากจะจดจำเหล่าไรเดอร์ที่ฉันเคยกำจัดไปก็เท่านั้นแหละ" แต่ประโยคนี้ของสึคาสะกลับทำให้คนถามอย่างยูริโกะรู้สึกเหงาขึ้นมาแบบแปลกๆ



"น่าอิจฉาจังนะ ทำไมไม่มีคนจำยูริโกะได้เลยซักคน" ซึ่งทันทีที่ยูริโกะพูดแบบนั้น สึคาสะเองก็ลุกขึ้นมาราวกับต้องการจะบอกอะไรบางอย่าง แต่ยูริโกะก็ชิงพูดขึ้นมาซะก่อน

"ขอโทษนะ ไม่ได้ตั้งใจะคิดอะไรมากมายหรอก ขอโทษที่พูดเรื่องน่าเบื่อๆขึ้นมานะ" ระหว่างที่สึคาสะและยูริดกะกำลังพูดคุยกันอยู่นั้น ก็มีมือดีมาฉกการ์ดทั้งหมดของสึคาสะไป แต่เหมือนสึคาสะจะพอรู้อยุ่แล้วว่าคงเป็นฝีมือใครอื่นไปไม่ได้

"ยังชอบขโมยของคนอื่นเหมือนเดิมเลยนะ ไคโตะ" ถึงสึคาสะจะพูดแบบนั้น แต่ดูท่าทางไคโตะเองจะไม่สนใจอะไร แถมชวนคุยไปคนละเรื่องอีกต่างหาก



"ท่าทีเคร่งขรึมแบบนั้นไม่เหมาะกับนายเลยนะ ทำตัวให้สบายแล้วกลับไปเป็นนายเหมือนเมื่อก่อนดีกว่ามั้ง" ถึงประโยคจะดูเล่นๆแต่แฝงความหมายเอาไว้พอควร

"เอาการ์ดของสึคาสะคืนมานะ" ยูริโกะที่เห็นไคโตะชิงการ์ดของสึคาสะไป ก็รีบวิ่งไปหาไคโตะหวังจะเอาคืน แต่กลับโดนไคโตะล่อหลอกเป็นหมาหยอกไก่ซะนี่

"มิซากิ ยูริโกะ งั้นเหรอ ฉันไม่สนใจหรอกนะว่าเธอจะเป็นตายร้ายดียังไง แต่ที่ฉันสนใจคือทำไมคนอย่างเธอถึงมาอยู่ที่นี่มากกว่า" ไคโตะพูดราวกับรู้ที่มาที่ไปของยูริโกะเป็นอย่างดี

"นี่ นายพูดบ้าอะไรอยู่เนี่ย" ยูริโกะหล่อยหมัดเข้าใส่หน้าไคโตะ แต่ถึงไคโตะก็สามารถรับหมัดนั้นไว้ได้ก่อน สึคาสะที่เห็นแบบนั้นก็มาชิงการืดคืนจากมือไคโตะ (แบบง่ายๆ) และพายูริโกะออกจากที่ตรงนั้น



"สึคาสะ นี่นายคิดจะเลี้ยงคนตายเอาไว้ทำอะไรหรือไง??" คำพูดประโยคนี้ของไคโตะโดนยูริโกะเข้าอย่างจัง

"หุบปากเถอะน่า" สึคาสะที่เหมือนจะรู้อะไรอยู่แล้ว สั่งไคโตะทันทีให้หยุดพูด แต่ท่าทางไคโตะจะยังไม่หยุดแค่นั้น

"มิซากิ ยูริโกะที่ฉันรู้จักหนะ ตายไปตั้งแต่ตอนที่สู้กับนางพญาผึ้งแล้วนะ นายเองก็น่าจะรู้เรื่องนี้ไม่ใช่เหรอ สึคาสะ"



"ฉันไม่สนหรอก เธอคนนี้หนะ เคยเป็นเหมือนกับกับฉัน เธอไม่สามารถพบปะกับใครได้ นั่นทำให้ที่ๆเธอจะอยู่มันไม่มีไปด้วย และเธอก็ตายไปโดยไม่สามารถหาคำตอบของที่อยู่ของตนเองได้พบ เป็นการตายที่น่าเศร้า ดังนั้นหลังจากที่เธอตาย เธอจึงพยายามค้นหาที่ๆเป็นที่ของเธอยังไงหละ" คำพูดของสึคาสะที่รู้เรื่องราวทุกอย่างตั้งแต่แรกกระเทือนใจยูริโกะเข้าอย่างแรง



ซึ่งจากคำพูดนั้นทำให้ยูริโกะนึกภาพออกถึงตอนที่เธอปะทะกับนางพญาผึ้งและตายในการต่อสู้ครั้งนั้นออกในที่สุด



"ไม่จริง เรื่องบ้าๆแบบนี้มันไม่จริงหรอก ให้ตายสิ ทำไมฉันต้องร้องไห้ด้วยเนี่ย บ้าจังเลยเนอะ" ยูริโกะที่รับความจริงที่เกิดขึ้นไม่ได้ ก็รีบวิ่งออกไปจากตรงนั้น ซึ่งสึคาสะเองก็พยายามตามไป แต่กลับถูกขัดขวางเอาไว้ซะก่อนด้วยสองไรเดอร์ใช้การ์ด Ryuki และ Blade ซึ่งดูท่าทางสองไรเดอร์จะมาหาเรื่องสึคาสะผิดเวลาซะจริงๆ



ทางด้านฐานของซูเปอร์ ชอคเกอร์ ดร.ชินิงามิก็พยายามจะทำการปลุก Neo-Organism (ขออนุญาตเรียกตรงตัวนะครับ) ขึ้นมา ซึ่งในที่สุด Neo-Organism ก็ตื่นขึ้นมา



"ป๊ะป๋า มาม้า ช่วยปล่อยผมออกไปจากที่นี่ทีเถอะ" Neo-Organism ที่เริ่มตื่นขึ้นมา เริ่มโต้ตอบกับพวกของ ดร. ชินิงามิในที่สุด

"อีกไม่นาน เราจะได้พลังที่ก้าวข้ามได้กระทั่งพลังของพระเจ้ามาแล้ว" ดร.ชินิงามิกับนางพญางผึ้งต่างก็ยินดีปรีดา โดยไม่รู้ถึงลางหายนะที่กำลังใกล้เข้ามา



ทางด้านของสองไรเดอร์ที่กำลังปะทะกับ Decade ก็ต่อสู้กับ Decade อย่างยากลำบาก ถึงแม้ว่าจะ 2 รุม 1 แต่ดูท่าทางแล้ว ฝ่ายที่รุมกลับดูจะเป็นฝ่ายเสียเปรียบมากกว่าด้วยซ้ำไป จนในที่สุดผลลัพธ์ของการต่อสู้ Decade ใช้การ์ด FFR:BladeBlade เปลี่ยนร่าง Blade กลายเป็นดาบขนาดยักษ์เข้าฟังริวคิจนแหลกสลายในพริบตา ส่วนทาง Blade เองก็ถูกโยนทิ้งทั้งในสภาพ FFR แถมยังโดน FAR: Dimension Kick เข้าซ้ำจนระเบิดหายไปโดยไม่มีโอกาสแม้แต่จะต่อต้าน



ภายหลังเสียงระเบิดสนั่นหวั่นไหวนั้น ยูสุเกะก็ปรากฎตัวขึ้นราวกับรับรู้ชะตากรรมสุดท้ายของตนเองที่ตนเองต้องเป็นคนหยุดมันลง



"ท่าทางจะเหลือฉันเป็นไรเดอร์คนสุดท้ายแล้วสินะ สึคาสะ ฉันจะกำจัดนายเอง" ยูสุเกะแปลงร่างเป็น Ultimate Form เพื่อเตรียมเข้าต่อสู้กับ Decade ในฐานะไรเดอร์คนสุดท้าย (บอกตรงๆว่าทั้งเรื่อง Decade ชอบ Soundtrack ตอนนี้ที่สุดและ) (และสงสัยคนที่จะแปลงเป็น Ultimate Form ตาสีแดงได้ คงมีแค่ โกได ยูสุเกะ คนเดียวจริงๆ)



"ฉันรู้นะ ว่านั่นคือร่างสุดยอดของนายแล้ว แต่สิ่งที่ฉันจะบอกตอนนี้ก็คือพลังของฉัน อยู่เหนือกว่าความสุดยอดของนายนะ" Decade บลั๊ฟกันสุดฤทธิ์ ว่าพี่แกเมพมากกว่า Kuuga Ultimate ว่างั้นเหอะ

ทั้งสองเข้าปะทะกันอย่างไม่มีการลดราวาศอก ด้วยพลังที่เหนือกว่า Kuuga เป็นฝ่ายรุกไล่ Decade จนเกือบหมดท่า แต่สุดท้าย Decade ก็อาศัยความเมพจัดการเล่นงาน Kuuga Ultimate ลงไปนอนกองกับพื้นได้



"ฉันไม่อยากเห็นใครต้องมาร้องไห้อีกแล้ว ถ้าเพื่อปกป้องรอยยิ้มของทุกคน ต่อให้ฉันต้องกลายเป็นร่างแห่งความมืดแบบนี้ฉันก็ยอม" ว่าแล้ว Kuuga Ultimate ก็เปลี่ยนร่างตัวเองโดยไม่ง้อการ์ด FFR ของ Decade โดยเปลี่ยนร่างตนเองเป็น Ultimate Gouram แล้วพา Decade บินขึ้นไปบนฟ้า



"สึคาสะ ฉันจะไม่ให้นายต้องตายคนเดียวหรอก ฉันจะไปกับนายด้วย" ที่แท้แล้วยูสุเกะเองยังคงเป็นห่วงสึคาสะจนวินาทีสุดท้าย แต่ดูเหมือนสึคาสะเองไม่เป็นแบบนั้น Decade จึงเล่นงาน Ultimate Gouram ทั้งๆที่บินอยู่ จนทั้งสองตกลงไปในโรงงานและเกิดการระเบิดอย่างรุนแรง ถึง Decade จะรอดมาได้ แต่ Kuuga ก็ได้พลีชีพไปเสียแล้ว ซึ่งนัตสึมิที่เห็นเหตุการณ์มาตลอด ก็ไล่ตามทั้งสองมาจนมาเจอ Decade ในสภาพอ่อนระโหยโรยแรงเข้าพอดี



"พอกันที มันมากเกินไปแล้วนะ ฉันนี่แหละจะเป็นหยุดสึคาสะคุงเอง" นัตสึมิพูดประโยคนี้ออกมาด้วยสายตาที่แสดงถึงการตัดสินใจที่แน่วแน่แล้ว



"แปลงร่าง" นัตสึมิแปลงร่างจากการรับพลังของของคิบาร่าจนกลายเป็นไรเดอร์คนใหม่ ที่อาจจะเป็นคนสุดท้ายที่จะหยุด Decade ลงได้
(ปล....Sound Effect ตอนแปลงร่างเหมือนของ Saga ไม่มีผิดเพี้ยน)

"ก็ลองหยุดฉันดูสิ" Decade เองท้าทายไรเดอร์หญิงคนนี้อย่างเต็มที่



"ฉันนี่แหละ มาสค์ไรเดอร์ คิบาร่า" นัตสึมิในร่าง Kivara เข้าจู่โจมใส่ Decade อย่างหนักหน่วงและรุนแรง และในการโจมตีปิดท้าย Decade กลับทิ้งการป้องกันทั้งหมดจนทำให้ปลายดาบพุ่งทะลุร่างของเขาในทันที ผลก็คือ Decade Driver ก็พังจนใช้การไม่ได้ไปด้วย

"ทำไม นายถึงไม่หลบหละ??" นัตสึมิที่คืนร่างเดิมเดินเข้ามาหาร่างของสึคาสะที่บาดเจ็บหนัก คำถามเกิดขึ้นมากมายกับตัวเธอในตอนนี้



"ฉัน...อยากให้เธอเป็นคนที่คอยจำไรเดอร์ที่ฉันต่อสู้ด้วยเอาไว้ ช่วยเก็บการ์ดเหล่านี้ไว้ด้วย เพราะตัวฉันเป็นคนเดียวที่รู้วิธีการทำให้พวกเขาไม่หายไป ดังนั้นฉันถึงต้องสู้กับพวกเขาเพื่อเก็บพวกเขาเหล่านี้เอาไว้ในการ์ด แต่ฉันก็ดีใจนะ ที่เธอเป็นคนหยุดฉันเอาไว้ได้ นัตสึมิคัง" สิ้นประโยคนี้สึคาสะก็สิ้นใจลงถึงแม้ว่าไคโตะจะมาถึงที่นี่แล้วก็ตาม สร้างความตกตะลึงให้กับทั้งไคโตะและนัตสึมิกับความตายตรงหน้าของเพื่อนอีกคน แต่ทันทีที่สึคาสะตายลงก็เกิดประตูมิติพาทั้งสองมายังอีกห้วงเวลาหนึ่ง ห้วงเวลาที่สึคาสะเคยพบกับวาตารุเป็นครั้งแรกนั่นเอง และทั้งสองก็ได้พบกับวาตารุที่นั่นด้วย



"เรื่องราวของไรเดอร์ก็ไม่ต่างอะไรกับเรื่องราวเรื่องหนึ่งที่สูญสลายไปได้เพราะกาลเวลา แต่เพราะการต่อสู้ของ Decade นั่นแหละที่จะทำให้เรื่องราวเหล่านั้นติดตรึงไว้ในใจคนและเรื่องราวเหล่านั้นก็จะยังคงดำเนินต่อไปได้" (ไม่รู้ว่าประโยคนี้วาตารุอยากบอกใคร พวกนัตสึมิหรือว่าคนดูอย่างเราๆกันแน่)



ซึ่งภายหลังที่วาตารุพูดประโยคนี้จบ วาตารุได้แสดงให้พวกนัตสึมิได้เห็นถึงการคืนกลับมาของเหล่าไรเดอร์ที่ถูกกำจัดไป ไม่ว่าจะเป็น ยูสุเกะ อาสุมุ และวาตารุ (เด็ก) รวมถึงไรเดอร์คนอื่นๆที่ถูกกำจัดไปในสงครามไรเดอร์เองก็ด้วย



"การสร้างใหม่จะเกิดขึ้นไม่ได้ ถ้าไม่มีการทำลายมันซะก่อน และหลังจากนี้ต่อไป เรื่องราวของเหล่าไรเดอร์ที่คืนกลับมาจากการถูกทำลายก็จะไม่สูญหายไปไหนอีกตลอดกาล" วาตารุอธิบายเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้พวกนัตสึมิได้เข้าใจ แต่กลับกลายเป็นการสร้างคำถามให้กับนัตสึมิไปซะแทน

"เดี๋ยวก่อน แล้วเรื่องราวของ Decade หละ"



"Decade หนะ ไม่มีเรื่องราวเป็นของตัวเองหรอกนะ" สิ่งที่วาตารุตอบออกมานั้น กลับทำให้ทั้งไคโตะและนัตสึมิรับความจริงข้อนี้ไม่ได้ แต่ก่อนที่จะได้ถามอะไรมากกว่านั้น ทั้งสองก็ถูกพากลับออกมาบริเวณที่ทั้งสองเคยนั่งคุยกันในตอนแรกๆ บริเวณที่นัตสึมิเผารูปถ่ายของสึคาสะ แต่ยังไม่ทันได้เผาอัลบั้มรูปที่สึคาสะถ่ายมาจากแต่ละโลก



เมื่อเธอไปเปิดดูก็พบว่า รูปถ่ายของโลกไรเดอร์ต่างๆกลับมาเป็นเหมือนเดิมกันหมดแล้ว

"รู้สึกว่าไรเดอร์คนอื่นๆก็ฟื้นขึ้นมากันหมดแล้วหละนะ ทุกคนต่างกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ แต่ถึงอย่างนั้นสึคาสะกลับต้องตายจากไปโดยที่ไม่มีใครรู้ถึงสิ่งที่เขาทำกันเลยซักคน" ไคโตะกล่าวประโยคนี้ขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เศร้าสร้อย เพราะสึคาสะตายจากไปโดยที่ไม่มีใครรู้ว่าทั้งหมดที่เขาทำ ทำไปเพื่ออะไร



"สึคาสะคุงหนะ มีรูปของไรเดอร์คนอื่นเก็บไว้ แต่ไม่เคยมีรูปของตัวเองเลยนะ ถ้าอย่างน้อยยังเหลือซักรูปหนึ่งหละก็..........จริงสิ ยังมีอยู่นี่นา" นัตสึมินึกออกขึ้นมาได้ว่ามีรูปที่ถ่ายสึคาสะเอาไว้ด้วยกล้องของสึคาสะเอง นั่นอาจจะเป็นภาพเดียวที่เหลืออยู่ แต่ในทันทีที่นัตสึมินึกเรื่องราวออกนั้น ทั้งไคโตะและนัตสึมิก็ถูกโจมตีด้วยกองกำลังของซูเปอร์ ชอคเกอร์ทันที

"ให้ตายสิ พวกไดชอคเกอร์นี่ มันช่างตื๊อซะจริงน้า" ไคโตะและนัตสึมิถูกล้อมด้วยกองกำลังของศัตรูที่นำทีมมาโดยนายพลโซลและนางพญาผึ้ง



"ผิดแล้วหละ ตอนนี้พวกเราคือองค์กรที่จะเข้าครอบครองโลก ซูเปอร์ ชอคเกอร์ ต่างหากหละ" นางพญาผึ้งประกาศสโลแกนพรรค(??) เป็นที่เรียบร้อย

"นัตสึมิคุง ลืมเรื่องของ Decade ซะ แล้วเข้ามาร่วมมือกับเราเถอะ เพราะปู่ของเธอก็กำลังรอพวกเธออยู่เหมือนกัน"
แก้ไขครั้งล่าสุด 25-พฤษภาคม-2553 16:33  

MEMBER SIGNATURE IMAGE
zeronos
ต่อสู้ในวันนี้ก็เพื่อวันนี้
สมาชิกหมายเลข: 151
จำนวนการโพสท์: 6416
เข้าร่วมเมื่อ: 5/09/2550
ประวัติการต่อสู้
ชนะ:0 แพ้:0 เสมอ:0
post message 
VIP Member

แต่ไม่ทันจะพูดจบ ไคโตะก็ยิงกราดใส่ทั้งหัวหน้าและลูกน้องหวังจะเปิดทางให้นัตสึมิไปเอากล้องมาให้ได้

"ไปเถอะนัตสึมิ ฉันเอง ก็อยากจะเห็นภาพของสึคาสะเหมือนกัน" ซึ่งนัตสึมิก็วิ่งฝ่าวงล้อมออกไป โดยที่ไคโตะก็บู๊ตัวเปล่ากับพวกลิ่วล้อไปเรื่อยๆ



ระหว่างที่นัตสึมิวิ่งออกมาเรื่อยๆนั้น เหล่าสมุนของซูเปอร์ ชอคเกอร์ก็วิ่งตามออกมาเรื่อยๆด้วย แต่ก็ได้ยูสุเกะมาช่วยไว้ (ด้วยการขี่มอเตอร์ไซค์แบบผาดโผนที่เราไม่เคยเห็นในซีรีส์!!!) ทำให้นัตสึมิสามารถเดินทางไปต่อได้ (ความจริงถ้าแปลงร่างลุยก็น่าจะได้นะ) จนเจอกับกล้องของสึคาสะที่ถูกปาทิ้งเอาไว้ในที่สุด

"เจอซะที" แต่ในเวลาเดียวกันนางพญาผึ้งก็เข้ามาขวางนัตสึมิเอาไว้ แต่ก็ได้ทัคเกิ้ลเข้ามาช่วยไว้ทันเช่นกัน (นางเอกก็แบบนี้ มีแต่คนช่วย)



"แกหนะ ตายไปอีกครั้งซะเถอะ" ทั้งสองสาวเข้าปะทะกันอีกครั้งซึ่งในระหว่างการต่อสู้ของนางพญาผึ้งและทัคเกิ้ลนั้น ทัคเกิ้ลยังคงดูเป็นรองเช่นเคย แต่ด้วยท่าอุลตร้า ไซโคลนของทัคเกิ้ลที่แลกด้วยชีวิตท่านี้ทำให้นางพญาผึ้งได้รับบาดเจ็บและจำต้องร่นถอยไปในที่สุด แต่ทัคเกิ้ลเองก็แทบไม่เหลือเรี่ยวแรงแล้ว จึงฝากคำพูดสุดท้ายผ่านนัตสึมิไปให้สึคาสะ



"สึคาสะหนะเป็นคนเดียวที่เป็นห่วงฉัน จริงอยู่ยูริโกะอาจจะต้องตาย แต่ว่าสุดท้ายยูริโกะก็รู้ที่ๆตัวเองควรอยู่ในที่สุด" หลังจากจบประโยคนั้นร่างของทัคเกิ้ลก็สลายหายไป ประโยคของยูริโกะทำให้นัตสึมิคิดอะไรบางอย่างออก



ที่ร้านฮิคาริ นัตสึมิกำลังล้างรูปที่ถ่ายสึคาสะเอาไว้ออกมา แต่กลับไม่มีรูปไหนที่ถ่ายสึคาสะติดเลย เพราะว่าฟิลม์มันเสียหายไปตั้งแต่แรกแล้วนั่นเอง แต่ถึงอย่างนั้นนัตสึมิเองก็ยังไม่ล้มเลิกความพยายาม ในเวลาเดียวกับที่ไคโตะและยูสุเกะมาถึงเช่นเดียวกัน ทุกคนต่างพยายามที่จะเรียกตัวสึคาสะกลับมาอีกครั้ง



"ขอเพียงในโลกนี้ยังมีคนที่จำสึคาสะคุงได้ นั่นแหละที่ๆเขาควรจะอยู่"

"ฉันไม่มีวันลืมหมอนั่นเด็ดขาด" เมื่อกี้เพิ่งชวนไปตายกันอยู่แหม่บๆ เอาไงแน่บยูสุเกะ

"ฉันเองก็เหมือนกัน หน้าโง่ๆแบบนั้นหนะ ฉันลืมไม่ลงหรอก" แบบนี้เขาเรียกว่า "ซึน" สินะ



"สึคาสะคุงหนะอยู่ที่นี่แล้ว" นัตสึมิยกรูปของสึคาสะที่ไม่ชัดขึ้นมา และทั้งไคโตะและยูสุเกะก็ร่วมกันจับรูปนั้นพร้อมนึกถึงความทรงจำที่ตนเองมีต่อสึคาสะ




และไม่เพียงแค่ 3 คนนี้เท่านั้น ทั้ง อาสึมุ วาตารุ คาสึมะ ชินจิ โซจิ โชอิจิ จากโลกคู่ขนานที่สึคาสะเคยพบเจอ(แล้วทาคุมิกับโมโมไปไหน??) ก็ร่วมกันนึกถึงสึคาสะพร้อมๆกัน



ผลจากความทรงจำที่สึคาสะสร้างไว้นั้นทำให้ภาพที่เคยไม่ชัดกลับมาชัดเหมือนเดิม เป็นรูปของสึคาสะนั่นเอง



และผลจากเหตุการณ์นั้นก็ได้เกิดประตูมิติขึ้นจากความทรงจำของไรเดอร์ทั้ง 9 ตลอดการเดินทางตั้งแต่ โลกของคูกะ-คิบะ-ริวคิ-เบลด-ไฟซ์-อากิโตะ-เดนโอ-คาบูโตะ-ฮิบิกิ ทำให้ร่างของสึคาสะค่อยๆกลับคืนมาทีละนิดๆและความทรงจำส่วนสุดท้ายที่ทำให้ตัวสึคาสะสมบูรณ์ก็คือความทรงจำของยูริโกะนั่นเอง



"สึคาสะ!!" ทั้ง 3 ต่างก็ดีใจที่เพื่อนของตนเองกลับมาอีกครั้ง พร้อมกับวิ่งเข้าไปหาด้วยสีหน้าแห่งความยินดี ซึ่งสึคาสะเองก็คงซึ้งในน้ำใจเพื่อนอยู่ไม่น้อยเช่นกัน

"เอานี่คืนไป" ไคโตะมอบการ์ดทั้งหมดคืนให้กับสึคาสะ "นี่ด้วย กว่าจะออกมาดีขนาดนี้ได้ต้องซ่อมหนักเลยนะเนี่ย" ยูสุเกะเองก็มอบกล้องของสึคาสะที่ซ่อมเรียบร้อย(ตั้งแต่ตอนไหน??) มาคืนให้สึคาสะเช่นเดียวกัน

"ช่วยถ่ายรูปโลกใบนี้ ต่อไปเถอะนะ" นัตสึมิเองถึงไม่มีอะไรจะมอบให้แต่ก็มีความรู้สึกดีๆให้แทน (2 คนนี้มีอะไร something กันรึเปล่าเนี่ย??)



"แน่หละ ก็นี่โลกของฉันนี่นะ" คำตอบของสึคาสะทำเอานัตสึมิยิ้มอย่างดีใจ เพราะในที่สุดทั้งหมดก็ได้กลับมาอยู่ด้วยกันอีกครั้ง

ทางด้านนางพญาผึ้งที่บาดเจ็บจากการต่อสู้กับทัคเกิ้ล ก็กลับไปที่ฐานทัพและไปยุดอยู่ตรงหน้าบ่อพักฟื้นของ Neo-Organism

"ขอร้องหละ Neo-Organism ช่วยมอบพลังที่เหนือกว่าพระเจ้าให้กับฉันที" แต่ Neo-Organism กลับทำในสิ่งที่แม้แต่ตัวนางพญาผึ้งเองก็คงคาดไม่ถึง



"มาม้า ขอบคุณมากครับ ทานหละนะครับ" กลายเป็นว่า Neo-Organism กลับดูดกลืนร่างของนางพญาผึ้งเขาไปแทนเพื่อจะเป็นพลังงานให้กับตนเองจนในที่สุด Neo-Organism ก็ได้ร่างสมบูรณ์กลับคืนมา ภาพที่เกิดขึ้นนั้น ดร. ชินิงามิเห็นทั้งหมด ยังถึงกับประหวั่นพรั่นพรึง



"ผมชักอยากจะเล่นซะแล้วสิ" Neo-Organism ใช้พลังของตัวเองปลุกร่างของจักรกลชีวะสังหาร "โดรัส" ขึ้นมา ซึ่งความทรงพลังของโดรัสครั้งนี้ แม้แต่ ดร. ชินิงามิเองยังกลัวลนลาน ทั้งที่เป็นพวกเดียวกันแท้ๆ



ทางด้านนอก นายพลโซลและเหล่าลูกน้องก็ได้เป็นประจักษ์พยานของการตื่นขึ้นของป้อมปราการลอยฟ้าซูเปอร์ไครซิส แต่ในท่ามกลางเสียงโห่ร้องยินดีตอนนั้น ก็มีเสียงเครื่องยนต์ดังแทรกเข้ามา เสียงของพวกสึคาสะที่กำลังมาที่นี่นั่นเอง เพื่อเตรียมประกาศศึกครั้งสุดท้ายกับเหล่าตัวร้ายแบบรวมดาว



"นารุทากิ นี่แกอยากกำจัด Decade ถึงขนาดยอมเข้าเป็นพวกเดียวกับชอคเกอร์เลยอย่างงั้นเหรอ"

"Decade หนะไม่จำเป็นต้องมีเรื่องราวเป็นของตนเองหรอก การเดินทางของพวกแกจบลงแค่นี้แหละ" ก็ยังคงพูดเหมือนเดิมมาตั้งแต่ในซีรีส์กันเลยทีเดียว

"ไม่มีการเดินทางครั้งไหนที่มีจุดจบหรอก" ไคโตะเองก็โผล่มาร่วมวงด้วย (ว่าแต่ไม่มีมอเตอร์ไซค์เหมือนชาวบ้าน แต่มาเร็วเหมือนกันแฮะ)



"ใช่แล้ว ฉันจะเดินทางผ่านโลกต่างๆ ผ่านเรื่องราวต่างๆต่อไป นี่แหละการเดินทางของฉัน การเดินทางของ Decade หนะเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น!!" นี่ขนาดฉายมา 31 ตอนกับอีก 2 มูฟวี่ ยังจะกล้าบอกว่าเพิ่งเริ่มต้นอีกเนาะ

"Decade แกคิดว่าแกเป็นใครกัน" ถามแบบนี้ก็เข้าทางพระเอกเราหนะสิ



"ก็แค่ไรเดอร์ที่ผ่านมาเท่านั้นแหละ จำเอาไว้ให้ดีหละ แปลงร่าง" "แปลงร่าง" "แปลงร่าง" "แปลงร่าง" ไรเดอร์ทั้ง 4 คนแปลงร่างโดยพร้อมเพรียงกันเพื่อเตรียมปะทะกับเหล่าศัตรูผู้ชั่วร้ายตรงหน้า ทางนายพลโซลเองเมือ่เห็นดังนั้นจึงสั่งลูกน้องทั้งหลายของตนเองเข้าต่อสู้ทันที สถานที่ตรงนั้นจึงกลายเป็นศึกตะลุมบอนไปในที่สุด




แต่ถึงแบบนั้น ด้วยพลังของเหล่าไรเดอร์ทั้ง 4 ก็สามารถจัดการเหล่าลูกน้องทั้งหมดได้แบบสบายๆ (และเวอร์ไปนิด) ซึ่งต่างคนต่างก็ดีใจที่จัดการศัตรูตรงหน้าได้ทั้งหมด แต่หารู้ไม่เลยว่าศัตรูที่แข็งแกร่งที่สุดก็บุกเข้ามาในเวลาเดียวกัน

"นั่นมันตัวอะไรหนะ" แน่นอนว่ายูสุเกะย่อยไม่รู้จักโดรัส เพราะว่าโดรัสฉายก่อนปี 2000 (เกี่ยวเรอะ)



"นั่นคือ จักรกลชีวะสังหาร โดรัส การที่มันมาปรากฎตัวที่นี่ก็หมายความว่า Neo-Organism ตื่นขึ้นอย่างสมบูรณ์แล้วสินะ" แต่ทำไมไคโตะดันรู้จักมันเป็นอย่างดีเลยหละเนี่ย ทางด้านนายพลโซลที่ตอนนี้กลับคืนเป็นนารุทากิไปแล้ว เมื่อเห็นโดรัสปรากฎตัวออกมา ก็โบ้ยความผิดไปให้ Decade อีกเหมือนเดิม



"โลกต้องเผชิญกับหายนะครั้งใหญ่อีกครั้งจนได้ แกนะแก Decade" ซึ่งก็อยากจะถามเหมือนกันว่าสรุปแล้ว Decade มันทำอะไรผิดนักหนา

ทันทีที่โดรัสปรากฎตัวขึ้น ถึงแม้ว่าเหล่าไรเดอร์ทั้ง 4 จะร่วมมือกัน (รุม) อย่างไรก็แล้วแต่ แต่การโจมตีของทั้ง 4 ก็แทบไม่ระคายผิวของโดรัสเลยแม้แต่น้อย และในจังหวะที่ทั้ง 4 กำลังเพลี่ยงพล้ำนั้นเอง ก็เกิดประตูมิติขึ้น และคนที่โผล่ออกมาจากประตูมิตินั้นก็คือสองไรเดอร์เด็ก วาตารุ และอาสึมุนั่นเอง



"เพราะว่าคุณสึคาสะ ตอนนี้ไรเดอร์ทั้งหมดที่หายไปกลับคืนมาหมดแล้วครับ"

"ไม่ใช่แค่นั้น ตอนนี้เพื่อนๆของเราทุกคนก็กลับมากันหมดแล้วด้วยครับ" ระหว่างที่อาซึมุและวาตารุบรรยายสถานการณ์สดให้ฟัง ทางโดรัสเองก็เรียกพวกมาเพิ่มแล้ว



"ฉะนั้น ตรงนี้พวกเราก็จะขอร่วมสู้ด้วยครับ" อาสึมุแปลงร่างเป็น Hibikiและวาตารุแปลงร่างเป็น Kiva เพื่อเตรียมทำศึกครั้งใหญ่ โดยไม่ใช่แค่สองไรเดอร์นี้เท่านั้น เหล่าไรเดอร์ที่เหลืออีก 6 คนก็มาร่วมมือกับพวกของ Decade ด้วย โดยการกำจัดเหล่าลิ่วล้อที่โดรัสเรียกออกมาตะกี้จนหมด



"อย่าลืมพวกเราซะซี่ เพราะว่าตอนนี้ฉันอยากจะเล่นงานไอ้คนที่ทำให้เหตุการณ์มันยุ่งเหยิงแบบนี้เต็มแก่แล้ว" มากันตั้งเยอะ ไหง Den-o ได้บทพูดคนเดียว



ว่าแล้วเหล่าไรเดอร์ทั้ง 12 คนก็ร่วมมือกัน (รุม??) อีกครั้งในการต่อสู้กับโดรัส แต่ถึงอย่างนั้น จำนวนที่มากกว่าก็แทบไม่ได้ช่วยให้การต่อสู้ครั้งนี้ได้เปรียบอะไรขึ้นมาเลยแม้แต่น้อย Decade เองเมื่อเห็นแบบนั้น จึงใช่ไพ่ตายของตนเองเพื่อเปลี่ยนร่างไรเดอร์ทั้งหมด (ยกเว้น Diend และ Kivara) เข้าสู่ร่างต่อสู้สุดท้าย



"Hyper / Shining / Blaster / Armed / Survive / King / Rising Ultimate / Emperor / Super Climax " "Final Kamen Ride Decade"



ซึ่งแน่นอนว่า หลังจากที่ไรเดอร์ทั้งหมดเปลี่ยนเป็นร่างสุดยอดแล้ว โดรัสก็โดนรุมกินโต๊ะทันที และเมื่อปิดท้ายด้วยการโจมตีของ Decade แล้ว ร่างของโดรัสก็แหลกสลายจนเกิดการระเบิดอย่างรุนแรง



หลังจากจัดการกับศัตรูได้ เหล่าไรเดอร์ทุกคนก็คาดว่าน่าจะจบเรื่องไปแล้ว แต่ตัวการของเรื่องคือ Neo-Organism ที่ยังมีชีวิตอยู่ได้เข้าควบคุมป้อมปราการลอยฟ้าไปแล้วนั่นเอง



"ท่าทางน่าสนุกจังเลย มาเล่นกันต่อเถอะ" Neo-Organism ปล่อยหุ่นยนต์รูปร่างช้างแมมมอธขนาดยักษ์ออกมา พลังของมันมหาศาลขนาดไล่เล่นงานเหล่าไรเดอร์ซะกระเจิง บทสรุปของ Decade จะเป็นยังไงต่อไป??

แก้ไขครั้งล่าสุด 26-พฤษภาคม-2553 10:07

MEMBER SIGNATURE IMAGE
zeronos
ต่อสู้ในวันนี้ก็เพื่อวันนี้
สมาชิกหมายเลข: 151
จำนวนการโพสท์: 6416
เข้าร่วมเมื่อ: 5/09/2550
ประวัติการต่อสู้
ชนะ:0 แพ้:0 เสมอ:0
post message 
VIP Member

Masked Rider Double : Begin's Night



ณ เมืองฟูโตะที่ตอนนี้กำลังหิมะตกเพราะว่าเข้าใกล้ช่วงเทศกาลคริสต์มาสแล้ว ที่สำนัdงานนักสืบนารุมิ ที่นั่นจะมีเรื่องอะไรให้พวกเราได้ติดตามกันนะ??



ที่สำนักงานนักสืบ โชทาโร่หยิบหมวกใบหนึ่งมาลองสวมดูว่าเข้ากับตัวเองรึเปล่า แถมยังผิวปากเพลง Jinger-Bell แบบสบายอารมณ์อีกต่างหาก แต่ท่าทางของโชทาโร่ตอนนี้มันดูแว๊นๆยังไงชอบกล ไม่เหมือนนักสืบเลย ซึ่งในตอนนั้นก็มีคนหนึ่งๆเดินมาหยิบหมวกของโชทาโร่ออกแถมปาหมวกกลับเข้าที่เดิมได้แบบเมพขริงๆ

"อะไรกันหละ ลุง" ท่าทางโชทาโร่จะแอบไม่พอใจนิดๆ



"ฉันเคยบอกแกไปแล้วไม่ใช่เหรอโชทาโร่ ว่าแกในตอนนี้ที่เหมือนกับไข่ที่ยังไม่สุกหนะ ยังไม่เหมาะจะมีหมวกเป็นของตัวเองหรอก" ที่แท้ลุงคนที่โชทาโร่พูดถึงนั่นก็คือนารุมิ โซคิจิเจ้าของสำนักงานนักสืบแห่งนี้นั่นเอง และเป็นพ่อของอากิโกะด้วย

"ทำไมหละ ก็แค่อยากลองนิดหน่อยเท่านั้นเอง" ตอนนี้ทำให้รู้ว่าแต่ก่อนนี่โชทาโร่เกรียนเหมือนกันแฮะ

"ไม่จำเป็นหรอก เพราะว่าตอนนี้แกยังขาดคุณสมบัตินั้นไปยังไงหละ ตอนนี้ฉันมองตาแกฉันก็รู้แล้ว" ว่าแล้วลุงแกก็ปาหมวกอีกใบกลับเข้าที่เดิมได้อีกแบบเมพขริงๆ



"แกจะใส่มันได้ก็ต่อเมื่อฉันบอกว่าได้เท่านั้น ถ้าไม่ชอบวิธีการของฉันก็ออกไปซะ เข้าใจใช่ไหม" คำพูดนี้เห็นชัดเลยว่าแนวทางการสอนคนอื่นของโซคิจินั้นเป็นยังไง

"คร้าบๆ ผมรู้แล้ว ว่าแต่ลุงเองหละ รู้รึเปล่าว่าวันนี้วันอะไร??" โชทาโร่เหมือนตั้งใจจะหลอกถามเอาอะไรซักกะอย่าง แต่แล้วคำตอบที่ออกมาทำเอาโชทาโร่เหวอ



"เมอร์รี่คริสต์มาส!!" ถึงแม้คนตอบจะเป็นลุง แต่เสียงคนตอบไหงกลายเป็นสาวได้หว่า!! ท่ามกลางความสับสนของโชทาโร่นั้น คำตอบของทุกอย่างก็ถูกคลายออกมาด้วยเกิบของอากิโกะหนึ่งป๊อก ทำเอาโชทาโร่ได้สติทันที ที่แท้เขาฝันถึงอดีตนั่นเอง



"หา อากิโกะ แล้ว ลุงหละ" โชทาโร่ที่เพิ่งจะตื่นขึ้นมายังสับสนภาพความฝันกับความจริงเลยเผลอถามไปแบบนั้น

"หา? คุณพ่อหนะเหรอ นี่นายพูดอะไรของนายเนี่ย นี่นายฝันว่าคุณพ่อกลับมาแล้วรึยังไง" ประโยคนี้ของอากิโกะทำให้โชทาโร่เข้าใจแจ่มแจ้งทันทีว่าเรื่องที่เกิดขึ้นมันเป็นแค่ความฝัน แต่ก่อนที่จะได้คิดอะไรมากกว่านั้น ซานต้าจัง(ที่มาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้) ก็ปรี่เข้ามาประชิดตัวโชทาโร่ซะก่อน



"ไม่ใช่ฝันหรอกๆ เพราะว่าสิ่งนี่จะทำให้นายตื่นเอง จะเอาอะไรดีอ่ะ ระว่างเนื้ออกกับขาไก่เนี่ย" ว่าแล้วซานต้าก็โชว์ให้เห็นโปรโมชั่นไก่แบบ KFC บ้านเรานี่แหละ ซึ่งในขณะที่โชทาโร่ยังคงงงๆอยู่นั้น วอทเชอร์เมนก็เข้ามาแจมให้เกิดความงงด้วยอีกคน

"ต้องเนื้ออกซี่ เนื้ออก เนื้ออก เนื้ออก เนื้ออกน้า โชจัง" วอทเชอร์เมนลากโชทาโร่ออกมาถึงทำให้โชทาโร่เห็นว่าทั้งอลิซาเบธและควีนก็มาด้วย ทั้งหมดกำลังเตรียมงานคริสต์มาสกันอยู่นั่นเอง แต่ถึงอย่างนั้นทั้งซานต้าและวอทเชอร์เมนก็ยังไม่วายกระเง้ากระงอดโชทาโร่เรื่องไก่อยู่นั่นแหละ

"โว้ย!! พอซักทีเถอะน่า" จนในที่สุด โชทาโร่ก็ต้องวีนขึ้นมาจนได้



"โชจังทรยศอ่า ไหนบอกว่าจะกินเนิ้ออกกับฉันไง นายสัญญากับฉันไว้แล้ว จำไม่ได้เหรอ" วอทเชอร์เมนทำที่งี่เง่าได้ไม่เหมากับหน้าและอายุเลยจริงๆให้ตาย

"พูดบ้าอะไรกันเนี่ย ฉันเคยไปสัญญาอะไรแบบนั้นซะที่ไหน" ทันทีที่โชทาโร่พูดแบบนั้น ซานต้าที่สนับสนุนจะกินขาไก่ก็ถือโอกาสทันที

"งั้นแสดงว่านายมองว่าขาไก่ดีกว่าสินะ ใช่ไหมพวกเรา" ทันทีที่ซานต้าพูดเสร็จ ทั้งอากิโกะและควีนรวมถึงอลิซาเบธก็ยกมือรวมทีมกันที



"สรุปว่า ขาไก่ชนะนะจ๊ะ" ควีนยังไม่วาย ไปเยาะเย้ยวอทเชอร์เมนเข้า แน่นอนพอความงี่เง่าของวอทเชอร์เมนบังเกิด ความวุ่นวานจึงตามมาจนเกิดเสียงเอะอะเด็ดตะโรดังไปหมด โดยที่ฟิลลิปที่นั่งอยู่ในห้องนั้นด้วยยังคงอ่านหนังสือต่อไปอย่างเงียบๆ



ทางด้านนอก ก็มีคนมากดกริ่งที่สำนักงานของโชทาโร่ แต่กดตั้งหลายครั้งก็ไม่มีใครออกมารับ (เพราะว่ามัวแต่บั่นทอนกันอยู่) เจ้าตัวเลยตัดสินใจเปิดประตูเข้าไปเลย และก็ได้พบกับภาพที่คาดไม่ถึง คือสงครามของคนบ้าที่กำลังเล่นงานกันเองนั่นแหละ ยังดีที่อากิโกะสังเกตเห็นซะก่อน



"เอ๋ เฮ้ย ลูกค้าๆๆๆ" อากิโกะรีบเตือนสติทุกคนให้หันมาสนใจลูกค้าสาวท่านหนึ่งที่เปิดประตูเข้ามา แต่ดูท่าทางคุณลูกค้าคนนั้นจะงงไปหมดแล้ว

"เอ่อ ขอโทษนะคะ ตอนแรกฉันนึกว่าที่นี่เป็นสำนักงานนักสืบซะอีก" ท่าทางหญิงสาวคนนั้นจะนึกว่าจำที่ผิด เลยรีบลี้ด่วน แต่พวกโชทาโร่ก็ไปขวางไว้ซะก่อน



"ที่นี่แหละ สำนักงานนักสืบครับ/ค่ะ" ทั้งหมดช่วยกันตอบแบบพร้อมเพรียงกัน คงเพราะนานๆจะมีลูกค้าเข้ามาซักที

"ที่นี่ หนะเหรอคะ" ท่าทางลูกค้าสาวคนนั้นจะยังคงไม่เชื่อ แหงละ มีสำนักงานนักสืบที่ไหนที่บั่นทอนกันแบบนี้บ้าง

"ความจริงพวกเราจริงจังกันในการทำงานนะครับ......" โชทาโร่พยายามจะเรียกความมั่นใจของลูกค้ากลับมา แต่ไม่รู้ว่าจะได้ผลรึเปล่านะ แต่ทันทีที่ลูกค้าเดินเข้ามาในสำนักงาน วอทเชอร์เมนเองก็เหมือนจะจำหน้าลูกค้าสาวคนนี้ได้

"มุตสึกิ อาซามิจังนี่นา" ว่าแล้ววอทเชอร์เมนก็เตรียมถ่ายรูปแบบเดิม แต่ก็โดนโชทาโร่ขวางซะก่อน



"หา?? ที่ออกอัลบั้ม Compagno ที่ร้องคู่โดย เอริกะกับอาซามิหนะเหรอคะ" อลิซาเบธเองก็เหมือนจะรู้จักด้วย คนดังงั้นสินะ

"คือ ที่ฉันมาที่นี่ ฉันอยากจะให้พวกคุณช่วยตามหาอะไรบางอย่างให้ฉันหน่อยหนะค่ะ" ทางอาซามิเองก็บอกวัตถุประสงค์ที่มาที่นี่ให้ทุกคนฟัง

"เรื่องนั้น ไม่ต้องเป็นห่วงค่ะ เพราะว่าเรามีคนที่เก่งในการทำงานด้านนี้อยู่ที่นี่แล้ว" อากิโกะพูดไปพลางก็ดึงหูโชทาโร่มาด้วย

"คือ คนๆนั้นไม่ใช่ใครหรอกค่ะ พี่สาวฉันเองนั่นแหละ" ประโยคนี้ของอาซามิทำเอาทุกคนถึงกับตกใจ



"พี่สาวคุณ ไม่ใช่เสียชีวิตไปแล้วเพราะอุบัติเหตุทางเรือหรอกเหรอครับ??" โชทาโร่เองก็ฐานข้อมูลแน่นเหมือนกันนี่หว่า ถึงได้รู้เรื่องนี้ด้วย



"ก็ใช่ค่ะ แต่เมื่อ 5 วันที่แล้วหนะ....." อาซามิเล่าเหตุการณ์เมื่อ 5 วันที่แล้วระหว่างที่เธอถูกรายล้อมด้วยแฟนๆ เธอก็พบกับพี่สาวของเธอ แต่เพียงแค่แวบเดียวเท่านั้น ถึงอย่างนั้นเธอเองก็จำได้ในทันทีว่านั่นคือพี่สาวของเธอแน่นอน

"ถ้าอย่างนั้น คุณจะให้พวกเราตามหาวิญญาณของพี่คุณ??" โชทาโร่และอากิดกะทำหน้าปั้นยากทันที เพราะคราวนี้มันไม่ใช่ตามหาคนซะแล้ว

"แต่ว่าตอนเกิดอุบัติเหตุหนะ ไม่มีใครพบศพของพี่เลยนะคะ ฉันหนะไม่เชื่อหรอกว่าพี่จะตายแล้ว" คำพูดของอาซามิประโยคนี้ทำให้โชทาโร่หวนนึกถึงเหตุการณ์ในคืนนั้น คืนที่เขาต้องเสียลุงที่แสนเคารพไป

"ไม่ว่ายังไง ก็ช่วยตามหาพี่สาวฉันด้วยเถอะค่ะ" คำพูดของอาซามิเหมือนจะสื่อถึงอากิโกะและโชทาโร่ได้ อากิโกะจึงสั่งยกเลิกงานปาร์ตี้ไปก่อน แน่นอนว่าทำเอาคนที่(ขอใช้ที่ฟรีๆทั้งหลาย) ต้องออกอาการกันไปตามๆกัน



"ฉันรึอุตส่าห์นึกว่ามาครั้งนี้ จะได้มาทำความรู้จักกับฟิลลิปแท้ๆ แบบนี้มันโกหกกันนี่นา" อลิซาเบธก็ออกอาการกระเง้ากระงอดพอกัน แต่ในตอนนี้ฟิลลิปตกห้วงไปแล้ว



"ตายแล้วคืนชีพงั้นเหรอ มันไม่น่าจะเป็นไปได้นี่นา ท่าทางฉันจะต้องลองตรวจสอบดูแล้ว" เหมือนเดิม เวลามีอะไรสนใจอยากรู้หละก็ ตกห้วงไปซะทุกที ไม่สนใจคนอื่นเลย



"เมืองนี้ก็เหมือนสวนหลังบ้านผม สบายใจได้เลยครับ ผมจัดการเอง" ว่าแล้วโชทาโร่ก็สวมหมวกของตนเอง เป็นสัญญาณบอกว่าพร้อมลุย (งาน) อย่างเต็มที่



"อาซามิ นักร้องที่กำลังเป็นที่นิยม เธอพยายามทำหน้าที่หน้าที่ของเธอในฐานะซูเปอร์สตาร์โดยการข่มความโศกเศร้าจากการสูญเสียนั้นเอาไว้ หน้าที่ของฉันก็คือการตามหาว่าสิ่งทีเธอเห็นนั่นมันคืออะไรกันแน่ แต่ท่าทางเรื่องมันจะยุ่งเหยิงกว่าที่ผมคิดไว้นิดหน่อยนะ" ทุกคนต่างช่วยกันออกตามหาข้อมูลที่น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับงานครั้งนี้ จนในที่สุดพวกของโชทาโร่ก็เจอกับเบาะแสที่น่าจะเป็นเบาะแสสำคัญเข้าจนได้

"คนตายฟื้นคืนชีพงั้นเหรอ" ฟิลลิปที่ฟังเบาะแสที่โชทาโร่ได้มา คงจะไม่ค่อยเชื่อหูตัวเองเท่าไหร่นัก



"อ่า ระยะนี้มีข่าวลือมาเยอะเหมือนกันว่า คนที่ตายไปแล้วไปปรากฎให้ครอบครัวตัวเองได้เห็นหนะ" เรื่องแบบนี้ เมืองไทยมีเยอะกว่านะครับ ขอบอก

"แล้วนายคิดว่ามันน่าจะเกี่ยวข้องกับเรื่อง มุตสึกิ อาซามิ งั้นสินะ อย่างเพิ่งด่วนสรุปน่า ฉันลองเกี่ยวกับเรื่องของการประสบอุบัตเหตุและอัตราการรอดชีวิตเหล่านี้มาแล้วนะ ซึ่งโอกาสที่จะคนเหล่านั้นจะรอดแทบจะเรียกว่าเป็น 0 ได้เลย แล้วไม่ว่ายังไงคนที่ตายไปแล้วก็ไม่มีทางคืนชีพขึ้นมาได้หรอก"

"ก็นะ แต่ไม่รู้สิ มันตะหงิดๆใจยังไงไม่รู้" โชทาโร่ยังรู้สึกทะแม่งๆกับเรื่องราวครั้งนี้

"ลางสังหรณ์ของคนเป็นนักสืบอีกรึไง" ฟิลลิปยังคงล้อเล่นกับโชทาโร่เหมือนเดิม

"คนที่ตายไปแล้ว มักจะมาปรากฎตัวในสถานที่ๆเกี่ยวข้องกับตัวคนๆนั้นอย่างรุนแรงหนะนะ ยังไงฉันจะลองไปตรวจสอบดูก็แล้วกัน" โชทาโร่ตัดสินใจเดินหน้าต่อ และเดินทางไปไหว้หลุมศพของเอริกะพี่สาวของอาซามิ ระหว่างนั้นก็มีบาทหลวงท่านหนึ่งเข้ามาเล่าเรื่องราวของเอริกะให้กับพวกโชทาโร่ได้ฟัง



"ครอบครัวของเธอเลือกที่จะทำหลุมศพนี้เอาไว้ให้เธอ แม้ว่าจะไม่มีศพอยู่ในหลุมนี้ก็ตาม"

"นี่ๆ ถ้าไม่มีร่าง คนเราก็ไม่น่าจะมาเดินบนพื้นได้ จริงไหม??" อากิโกะกระซิบกระซาบกับโชทาโร่ แต่ดูเหมือนบาทหลวงคนนั้นจะได้ยินด้วย

"การฟื้นคืนชีพสินะครับ ช่วงนี้ข่าวลือนี้หนาหูเลยแหละแต่ผมกลับรู้สึกแปลกๆนะ เพราะว่าความตายหนะเป็นโชคชะตาสุดท้ายที่ทุกคนต้องเผชิญอย่างไม่มีทางหลีกหนีนี่นะ"

"นั่นสินะครับ เอาเป็นว่าพวกเราขอตัวก่อน ขอโทษที่รบกวนนะครับ" โชทาโร่คงรู้สึกถึงอะไรบางอย่างจากบาทหลวงคนั้น ถึงได้รีบลี้ด่วน แต่ในระหว่างที่เดินทางออกมา อากิโกะก็ได้รับโทรศัพท์จากอาซามิว่าจะขอยกเลิกการว่าจ้างครั้งนี้ ทำเอาอากิโกะฉุนมากๆ



"ให้ตายเถอะ อะไรของแม่นั่นกันนะ ฉันจะต้องไปคุยกับอาซามิจังให้รู้เรื่องเดี๋ยวนี้เลย"

"เฮ้ย!! เดี๋ยว เธอหนะ ใจเย็นๆก่อนได้ป่ะเฮ้ย" แต่ว่าระหว่างนั้นจู่ๆ พวกโชทาโร่ก็พบกับเอริกะเข้า ณ ตรงงนั้นเลย ทั้งสองแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง



"หรือว่า นั่นจะเป็น......ผะ ผะ ผะ ผี!!" อากิโกะตอนนี้เหวอไปเป็นที่เรียบร้อย แต่โชทาโร่เลือกไล่ตามเอริกะไป แต่ถึงจะตามยังไงก็ไม่ถึงตัวซักกะที จนพอวิ่งไล่ตามมาซักพัก พวกของโชทาโร่ก็พบกับตัวประหลาดตัวหนึ่งเข้าในที่สุด

"ฉันคือ Death ผู้ควบคุมความเป็นและความตาย พระเจ้าเพียงหนึ่งเดียวที่จะช่วยขจัดความเศร้าหมองจากการสูญเสียคนที่รักไปได้ยังไงหละ" เพิ่งมาถึงก็พล่ามยาวมาเชียว



"กะแล้ว ว่าเรื่องนี้ครั้งนี้ต้องเกี่ยวกับพวก Dopant ลุยกันเลยฟิลลิป แปลงร่าง!!!" ทั้งสองเปลี่ยนร่างเป็น W (ไหงคราวนี้ ลมพัดแรงจริงหละ??)

"แกคือ มาสค์ไรเดอร์เองหรอกเหรอ" ว่าแล้ว Death ก็เข้าโจมตี W แต่ด้วยฝีมือที่มากกว่าทำให้การต่อสู้เป็นไปอย่างไม่ยากลำบากนัก จนสุดท้าย W เปลี่ยนร่างเป็น Cyclone-Trigger ไล่โจมตีต่อจนร่างของ Death หายไปในที่สุด



"หายไปไหนแล้วหละ" โชทาโร่ยังคงตามหาศัตรูของตัวเอง แต่ฟิลลิปกลับรู้สึกเหมือนจะพบใครบางคนเข้า จึงรีบเตือนโชทาโร่ในทันที

"โชทาโร่ ดูนั่นสิ"



ร่างของคนที่ปรากฎขึ้นตรงหน้าทั้ง 3 คน คือร่างของนารุมิ โซคิจิที่ไม่น่าจะมาปรากฎตัวที่นี่ได้

"ไม่จริงน่า เป็นไปไม่ได้" แน่นอน คนที่รู้เรื่องราอย่างโชทาโร่และฟิลลิปจะต้องตกใจกับภาพที่เกิดขึ้นมากแน่ๆ

"นั่นมัน หรือว่า คุณพ่อ!!" อากิโกะเองก็คงตกใจไม่แพ้กันที่พ่อของเธอมาปรากฎตัวเอาตอนนี้



"ลุง!!!"

"ใจเย็นๆก่อนน่า โชทาโร่ นายก็น่าจะรู้อยู่แล้วนี่ ว่ามันเป็นไปไม่ได้"

"นั่นสินะ มันไม่น่าจะเป็นไปได้"

แต่เหมือนเป็นการแกล้งกัน โซคิจิหยัง Skull Memory ขึ้นมาเหมือนเป็นการยืนยันว่าสิ่งที่พวกโชทาโร่คิดว่าเขาตายไปแล้วเป็นเรื่องที่ผิด



"แปลงร่าง" โซคิจิแปลงร่างเป็น Skull ต่อหน้าต่อตาโชทาโร่ ทำเอาโชทาโร่ถึงกับเหวอไปเลยทีเดียว แต่ Skull ก็ไม่ปล่อยโอกาส ทันทีที่ W เผลอ Skull ก็กระโดดเข้าจู่โจมพร้อมกับใช้ Skull Magnum เข้าโจมตีร่วมด้วย W ในตอนนี้ไม่สามารถทำอะไรได้ ไม่ใช่เพราะฝีมือ แต่เพราะความไม่เด็ดขาดนั่นเอง

"ลุง หยุดเถอะ ลุง!!!" แม้โชทาโร่จะพยายามห้ามแค่ไหน Skull ก็ยังคงรุกไล่ W ในฐานะศัตรูคนหนึ่งอย่างไม่มีการปราณี



"นี่คุณพ่อก็เป็นมาสค์ไรเดอร์ด้วยงั้นหรือ ฉันไม่เห็นเคยรู้เรื่องนี้เลย" อากิโกะเองก็คงอยู่ในภาวะที่สับสนพอสมควร ซึ่งในระหว่างนั้น W ก็เปลี่ยนร่างตัวเองเป็น Luna-Trigger เพื่อเปลี่ยนแนวทางการต่อสู้ แต่ถึงอย่างนั้นการโจมตีของ W ก็เข้าไม่ถึงตัว Skull อยู่ดี เพราะว่าโชทาโร่คอยปรามเอาไว้



"หยุดนะ ฟิลลิป!!"

"คิดให้ดีๆสิ โชทาโร่ นารุมิ โซคิจิคนนี้ไม่มีทางที่จะเป็นตัวจริงได้อยู่แล้วนะ"

"แต่เขาแปลงเป็น Skull ได้นะ นั่นแหละลุงหละ"

"ไม่มีทางใช่เขาหรอกน่า เพราะว่า นารุมิ โซคิจิหนะ..." ระหว่างนั้น Skull ก็เตรียมใช้ Maximum Drive อยู่ในเวลาเดียวกัน

"หยุดนะ อย่าพูดออกไปนะ ฟิลลิป"

"นารุมิ โซคิจิหนะ ตายไปแล้วนะ!!!"



ความจริงที่ออกมาจากปากของฟิลลิปที่อากิโกะไม่เคยรู้มาก่อน ทำเอาอากิโกะถึงกับทำตัวไม่ถูก แต่ในเวลาเดียวกัน Skull ก็โจมตีมาทันทีอย่างไม่รีรอ W จึงเอาตัวเข้าขวางอากิโกะไว้จนคืนร่างเดิมในที่สุด



"ฉันเคยบอกแกไปแล้วไม่ใช่เหรอ ว่าไข่ที่ยังไม่สุกอย่างแกหนะไม่เหมาะที่จะสวมหมวกแบบนั้นหรอก โชทาโร่ ไม่รู้จักจำซะเลยนะ ยอมรับความจริงซะเถอะ" โซคิจิกล่าวดูแคลนโชทาโร่แบบเดียวกับที่โชทาโร่เคยโดนมาสมัยยังเป็นลูกศิษย์ของโซคิจิ แถมตอนนี้โชทาโร่ก็บาดเจ็บด้วย ทำให้ไม่มีแรงพอจะเถียงกลับไปแม้แต่คำเดียว

"คราวนี้เห็นรึยังหละ มาสค์ไรเดอร์ นี่แหละหลักฐานที่บ่งบอกว่าฉันสามารถควบคุมความเป็นความตายของคนได้ตามต้องการนะ" เสียงของ Death ดังขั้นบริเวณนั้นราวกับจะเยาะเย้ยโชทาโร่ ซึ่งหลังจากนั้นโชทาโร่ก็สลบไปเพราะความเจ็บปวด

ทั้งหมดพากันกลับมาที่สำนักงานนักสืบ โดยที่ระหว่างนั้นนานยตำรวจจินโนะและไอ้กากมาคุระก็มาเยี่ยมเยียนที่สำนักงานนี้ด้วย



"เมอร์นี่ คริสต์มาส โอ่ๆๆๆ แป๊บนึงซี่ จะรีบไปไหนหละ โชทาโร่" จินโนะที่เพิ่งจะเดินเข้ามารีบคว้าตัวโชทาโร่ที่กำลังจะเดินสวนออกไปพอดี

"ช่างผมเถอะ ถึงยังไง ผมก็เป็นนักสืบต่อไปไม่ได้แล้ว (รวมถึงมาสค์ไรเดอร์ด้วย)" โชทาโร่เองคงรู้สึกผิดต่ออากิโกะที่ไม่ได้บอกความจริงทั้งหมดไปตั้งแต่แรก สถานการณ์ในตอนนี้จึงดูอึดอัดและคลุมเครือไปหมด โชทาดร่จึงรีบเดินออกจากตรงนั้นไปในที่ๆเขาอยากจะไป

"นี่ หมอนั่นเครียดจริงจังเหรอเนี่ย" จินโนะเองคงนึกไม่ถึงว่าโชทาโร่จะมีมาดนี้ด้วย

"ผมบอกคุณแล้วไง คุณจินโนะ ว่าหมอนั่นหนะ มันเอาแน่เอานอนไม่ได้หรอก" ทางด้านไอ้กากมาคุระได้ทีก็ขี่แพะไล่เลย



"อ้า เอาเถอะความจริงฉันก็ไม่น่ากังวลเรื่องนี้หรอกนะ คุณนารุมิฟังนะ ไม่ว่ายังไงหมอนั่นก็ต้องกลับมาที่นี่ เพราะว่าบ้านของหมอนั่นก็คือที่นี่นี่แหละ " จินโนะวางซองเอกสารบางอย่างไว้ตรงหน้าอากิโกะพร้อมกับเดินออกไป ทำให้มาคุระต้องรีบตามออกไปทันที (และบทก็หมดลงแค่นี้แหละ) เมื่อจินโนะออกไป ฟิลลิปก็ออกมาจากห้องของตัวเองพอดี

"โชทาโร่คงติดต่อให้ตำรวจจินโนะคนนั้นเอาข้อมูลมาให้หละนะ" ฟิลลิปกำลังจะเดินไปคว้าซองเอกสารนั้นแต่ก็ถูกอากิดกะเก็บซองนั้นไว้ก่อน



"เราจะต้องตรวจสอบเรื่องนี้ต่อนะ" อากิโกะเลือกที่จะทำงานนี้ต่อ ถึงแม้ว่าจะเจอความจริงที่ปวดใจอีกก็ตาม

"แต่ว่า เรื่องของ นารุมิ โซคิจิหนะ......"

"หยุดเถอะ นายไม่ต้องพูดอะไรหรอกนะ ฟิลลิปคุง เพราะว่าฉันอยากได้ยินจากปากตาบ้านั่นเองมากกว่า"



ทางด้านคฤหาสน์โซโนซากิที่กำลังมีการจัดงานฉลองเนื่องในเทศกาลคริสต์มาส ก็มีแขกเหรื่อมาร่วมงานมากมาย และทำให้ข่าวลือเรื่องคนตายคืนชีพได้เข้าหูของริวเบย์ไปด้วย



"เรื่องของคนตายฟื้นคืนชีพหนะเหรอ ฮ่ะๆๆๆๆ คิดได้อย่างเดียวว่าคงเป็นเพราะเมมโมรี่ที่พ่อให้ไปเป็นของขวัญนั้นแน่ๆเลย" ริวเบย์เหมือนจะรู้อยู่แล้ว ว่าใครที่อยู่เบื้องหลังข่าวลือครั้งนี้

"เราน่าจะลองไปตรวจสอบดูนะคะ" ซาเอโกะเสนอความเห็นขึ้น ซึ่งทางคิริฮิโกะก็เข้ามาได้ยินเรื่องนี้เข้าพอดีเช่นกัน

"พอฟังแบบนี้ หนูก็อยากไปด้วยนะคะ ท่าทางน่าสนใจดีออก" ทางวาคานะเองก็ดูมีทีท่าสนใจในในตัวผู้ครองครองเมมโมรี่อันนี้พอสมควร ซึ่งในระหว่างการพูดคุยนั้นทำให้คิริฮิโกะนึกอะไรบางอย่างออกขึ้นมาในใจ



"จะว่าไป หลายวันก่อนเราก็เห็นคุณพ่อตาไปนั่งดริงค์กับใครบางคนด้วยนี่นา หรือว่าเขามอบให้กับชายคนนั้น เมมโมรี่ที่มีพลังน่าเหลือเชื่อแบบนั้น" คิริฮิโกะนึกถึงเหตุการณ์ที่ตนเองเห็นริวเบย์ไปนั่งดื่มกับคนที่ท่าทางน่าจะเป็นเพื่อนของริวเบย์คนหนึ่งเข้า ซึ่งก็ไม่ใช่ใคร ลุงฮิคาริเองนั่นแหละ



"เอ-จัง" "ริว-จัง" "ชนแก้ว" ดูสนิทกันดีนะ 2 คนนี้

"แล้วมิคเป็นยังไงบ้างหละ"

"นายก็น่าจะรู้ ว่ามันอยู่กับลูกสาวฉันตลอดเลยนะหนะ 555+" สงสัยจะเมากันทั้งคู่ คนหนึ่งถามอย่างอีกคนตอบไปอีกอย่าง



วันรุ่งขึ้น ทางด้านโชทาโร่ก็นั่งเรือมาที่เกาะแห่งหนึ่ง ที่เกาะนั้นยังมีซากตึกของตึกหนึ่งที่ตอนนี้พังเละไม่เหลือซาก โชทาโร่เมื่อมาถึงก็วางช่อดอกไม้ไว้ที่ซากตึกนั้นราวกับจะไว้อาลัยให้กับคนตายซักคนที่นี่

"ที่แท้ นายตั้งใจจะมาไหว้หลุมศพของ นารุมิ โซคิจิเองหรอกเหรอเนี่ย" ฟิลลิปที่ตามมาด้วย Hard Slasher กล่าวทักโชทาโร่อย่างรู้ทัน แถมยังเตรียมหมวกมาเผื่อด้วย

"ฉันนึกว่าการที่ไม่พบศพของเขา มันน่าจะทำให้พวก Half-Boiled อย่างนายไม่ต้องรู้สึกผิดหรือต้องรับผิดชอบอะไรซะอีก"



"หมายความว่าไงวะเฮ้ย" โชทาโร่ปรี่ไปคว้าคอเสื้อของฟิลลิปด้วยความโมโห แต่ดูท่าฟิลลิปเองจะไม่ได้รู้สึกกลัวอะไรกับท่าทีของโชทาโร่เลย

"ฉันยังจำได้นะ ครั้งแรกที่เราพบกันที่นี่ นายก็กระชากคอเสื้อฉันแบบนี้นี่นะ" ฟิลลิปพูดถึงความหลังที่ทั้งสองได้พบกันเป็นครั้งแรก คำพูดนี้ทำให้โชทาโร่ใจเย็นลงได้บ้าง

"นึกให้ดีๆสิ โชทาโร่ นึกถึงครั้งแรกที่เราเป็นมาสค์ไรเดอร์ เหตุการณ์ที่เริ่มต้นตั้งแต่คืนนั้น Begin's Night ไงหละ"



"นั่นสินะ ถ้าคืนนั้นฉันทำตามที่ลุงบอกหละก็ ลุงคงไม่ต้องมาตายในที่แบบนี้หรอก" โชทาโร่หวนนึกถึงเหตุการณ์ในวันนั้นอีกครั้ง เหตุการณ์ที่เปลี่ยนแปลงชะตาชีวิตของทั้งเขาและฟิลลิปไปตลอดกาล



"บุตรแห่งโชคชะตา....งั้นเหรอ" โชทาโร่ในตอนนั้นบุกเข้ามาพร้อมกับโซคิจิเพื่อจะไปช่วยใครบางคน ซึ่งคนๆนั้นก็คือบุตรแห่งโชคชะตาคนนั้นนั่นแหละ

"อืม นั่นคือชื่อของเด็กคนหนึ่งที่มีความรู้เหมือนสรรพวิทยาทั้งมวลในโลกอยู่ภายในตัวเขา ศัตรูของพวกเราขังเขาไว้ที่นี่ หวังจะใช้ความรู้ของเขาเพื่อการสร้างปีศาจขึ้นมา เราถึงต้องไปช่วยเขา นี่คืองานที่มีผู้ว่าจ้างฉันมาหนะนะ" โซคิจิอธิบายสถานการณ์รวมถึงเรื่องราวของบุตรแห่งโชคชะตาให้โชทาโร่ได้ฟัง ซึ่งโชทาโร่ได้ยินแบบนั้นก็รู้สึกอยากโชว์ฝีมือขึ้นมาบ้าง

"ลุง งานนี้ให้ฉันช่วยด้วยนะ" โชทาโร่หวังว่างานนี้โซคิจิคงยอมให้เขาทำอะไรบ้าง แต่ผิดคาด

"อย่าลืมสิว่าอย่างแกจะทำอะไรได้ ไข่ที่ยังไม่สุกอย่างแกไม่มีพลังพอหรอก ทำตามคำสั่งของฉันซะ" คำตอบนี้ทำเอาโชทาโร่ถึงกับเซ็งไปเลย

"ให้ตายสิ ขนาดมาในที่แบบนี้ ยังจะ....." โชทาโร่ออกอาการน้อยใจอย่างเห็นได้ชัด แต่โซคิจิก็รีบเตือนขึ้นมาซะก่อน



"เพราะว่าเป็นที่แบบนี้ต่างหากหละ ฉันถึงได้ห้ามหนะ!!" น้ำเสียงของโซคิจิดูเด็ดขาดและจริงจัง ทำให้โชทาโร่ต้องรับฟังทันที

"ครับ ลุง สั่งมาได้เลยครับ" แต่ไม่ทันที่ทั้งสองจะได้ทำอะไรมากไปกว่านั้น ก็มีเสียงสัญญาณเตือนภัยดังขึ้นมาซะก่อน ทั้งหมดในตึกนั้นรู้แล้วว่าทั้งสองบุกรุกเข้ามา ทำให้เกิดการไล่ล่าผู้บุกรุกขึ้นทันที ในขณะนั้นเอง Taboo Dopant ก็ปรากฎตัวขึ้นเพื่อตามหาตัวผู้บุกรุกในเวลาเดียวกัน



"ออกมาซะเถอะ เจ้าโจรตัวน้อย ฉันไม่รู้หรอกนะว่านายถูกจ้างวานมาจากใคร แต่สิ่วที่นายกำลังทำมันไม่ได้ต่างอะไรไปจากปลาตัวน้อยๆที่กำลังจะว่ายไปหาน้ำตกนั่นแหละ" การปรากฎตัวของ Taboo Dopant ทำเอาโชทาโร่ถึงกับเหวอไปเลยทีเดียว ซึ่งในตอนนั้นโซคิจิก็มอบหมายงานบางอย่างให้กับโชทาโร่ทันที

"โชทาโร่นี่คือสิ่งที่นายต้องทำ ถือกระเป๋านี่ไว้ และห้ามขยับไปไหนจากตรงนี้แม้แต่ก้าวเดียวนะ"

"ลุง นี่เอาจริงเหรอเนี่ย??" โซคิจิห้ามโชทาโร่ไว้และออกไปลุยกับกับพวกศัตรูเพียงลำพัง



แต่ถึงอย่างนั้น เหล่าการ์ดของของตึกนั้นก็ไม่สามารถทำอะไรโซคิจิได้เลย ทั้งหมดจึงแปลงร่างเป็น Masquerade Dopant ทันที รู้ตัวอีก โซคิจิก็ถูกล้อมเอาไว้รอบด้านซะแล้ว

"ไม่เลวเลยนะ สำหรับขโมยอย่างนาย ถึงนายจะดูน่าสนใจดีก็เถอะ แต่คงต้องให้มันจบแค่นี้แหละนะ" Taboo Dopant ปรากฎตัวขึ้นและเตรียมจะเล่นงานโซคิจิ แต่ถึงอย่างนั้นโซคิจิเองกลับไม่มีทีท่าของความหวั่นเกรงเลยซักนิด

"อยากจะบุกก็บุกมาได้เลย ถ้าไม่กลัวฉันเล่นงานเธอกลับหละก็นะ Lady" แน่นอน Taboo Dopant คงนึกไม่ถึงว่าจะมีคนที่ไม่กลัวเธอยืนอยู่ตรงหน้าแบบนี้ได้

"ปกติ ฉันไม่เคยคิดจะใช้ไกอาเมมโมรี่เลยไม่ว่าจะในงานไหนๆ แต่ดูท่างานนี้ฉันคงต้องใช้หละนะ" โซคิจิหยิบไดร์เวอร์ขึ้นมาสวมที่เอวทันที

"นั่นมัน Lost Driver ทำไมนายถึงมีมันได้" Taboo Dopant ท่ทางจะรู้จักไดร์เวอร์ตัวนี้เป็นอย่างดี แต่ที่สำคัญที่เธอตกใจคือทำไมศัตรูคนนี้ถึงมีมันได้มากกว่า



"แปลงร่าง!!" "เอาหละ มานับความผิดที่แกก่อขึ้นได้แล้ว" โซคิจิแปลงร่างเป็น Skull ต่อหน้าทุกคนตรงนั้นรวมถึงโชทาโร่ด้วย เล่นเอาโชทาโร่เหวอไปอีกรอบ

แล้วฉากต่อสู้รอบ 2 ก็เริ่มขึ้น Skull ยังคงโชว์ฝีมือรุกไล่เหล่าลูกกระจ๊อกจนพวกมันต้องหนีไม่เป็นท่า แต่ผลจากการต่อสู้กับลูกกระจ๊อกและ Taboo Dopant ครั้งนั้นทำให้ส่วนหมวกของ Skull มีรอยขาดไปนิดหน่อยด้วย โดยที่ระหว่าง Skull กำลังต่อสู้อยู่นั้น โชทาโร่ก็ได้พบกับเด็กหนุ่มคนหนึ่งเดินหายเข้าไปในมุมตึก

"หรือว่าจะเป็นหมอนั่น" โชทาโร่ที่เลือกจะเดินตามไปก็นึกถึงคำพูดของโซคิจิขึ้นมาว่าห้ามไปไหน แต่ถึงอย่างนั้นท่าทางโชทาโร่จะดื้อไม่ใช่เล่น



"เอาน่า....ไม่แน่ถ้าฉันช่วยหมอนั่นออกมาได้ คราวนี้ลุงจะได้ยอมรับในตัวฉันขึ้นมาบ้างซะที" โชทาโร่เพิกเฉยต่อคำเตือนนั้นและไล่ตามชายคนนั้นไปจนทัน



"นี่นาย....หรือว่านายคือบุตรแห่งโชคชะตาที่ว่า" โชทาโร่กล่าวทักขึ้นก่อน

"แล้วนายหละเป็นใคร ท่าทางนายจะไม่ใช่คนที่นี่สินะ เพราะดูจากท่าทางนายแล้ว นายดูไม่น่าฉลาดพอที่องค์กรนี้จะเรียกตัวนายเข้ามาหรอกนะ" แน่นอน โชทาโร่โดนด่าตรงๆแบบนี้ไม่โกรธก็แปลกแล้ว

"เฮ้ย!! พูดจาอะไรมีสัมมาคารวะหน่อยสิ" แต่ไม่ทันที่โชทาโร่จะได้พูดอะไรมากกว่านั้น ทันทีที่เขาตามชายคนนั้นเข้ามาในห้องเขาก็ได้เห็นกระบวนการในการสร้างไกอาาเมมโมรี่กับตาตัวเอง



"นี่มัน ไกอาเมมโมรี่ หรือว่านายเป็นคนสร้างมันขึ้นมา เฮ้ย ตอบสิ" โชทาโร่พยายามให้อีกฝ่ายสนใจต่อคำถาม แต่ท่าทางชายคนนั้นจะสนใจกับกระเป๋าที่โชทาโร่เอามามากกว่า ซึ่งเมื่อเปิดกระเป๋าออกมา ก็พบว่ามีไกอาเมมโมรี่อยู่ 6 อันและไดร์เวอร์นั่นเอง



"นี่มัน สุดยอดเลย ใครเป็นคนสั่งให้เอามาให้เหรอ ไม่ว่าใครก็ตามที่ใช้ไดร์เวอร์นี้จะรวมกลายเป็นหนึ่งเดียวกับตัวฉันโดยการใช้เมมโมรี่สองอันให้ทำงานพร้อมๆกัน และด้วยพลังความรู้ของฉันที่รวมเข้าไปด้วย ก็จะก่อกำเนิดสุดยอดนักรบขึ้นมาเลยนะ" ท่าทางของชายคนนั้นสนใจเพลิดเพลินแต่ของที่อยู่ตรงหน้า ยิ่งทำให้โชทาโร่หงุดหงิดเข้าไปใหญ่

"นี่แก สนุกอะไรนักหนาห๊ะ ไอ้เจ้าปีศาจ นี่แกรู้ไหมว่าเพราะเมมโมรี่ที่แกประดิษฐ์ขึ้นทำให้ผู้คนต้องเสียน้ำตามามากเท่าไหร่แล้ว" โชทาโร่ปรี่เข้าไปกระชากคอเสื้อชายคนนั้นทันที

"ถ้างั้น นายหมายความว่าคนที่ทำงานผลิดอาวุธทุกคนก็เป็นปีศาจเหมือนกันสินะ" คำตอบของชายคนนั้นทำเอาโชทาโร่ถึงกับคาดไม่ถึงและจำต้องเงียบไปแต่โดยดี

"ก็ไม่ใช่ ใช่ไหมหละ เพราะจริงๆแล้วคนที่ใช้มันไปในทางที่ผิดนั่นแหละ ปีศาจ ฉันเองก็แค่อยากเห็นเมมโมรี่ที่ทรงประสิทธิภาพเท่านั้นเอง"



"หุบปากเถอะน่า" โชทาโร่ทนฟังต่อไปไม่ไหว จึงผลักชายคนนั้นเข้าเต็มแรง ผลคือชายคนนั้นหลุดเข้าไปในเครื่องย้ายมวลสารเข้าสู่ Gaia Tower ทำให้ตอนนี้ร่างของชายคนนั้นถูกขังเอาไว้ใน Gaia Tower ในที่สุด ซึ่งโชทาโร่ที่ทำอะไรไม่ถูกกับสถานการณ์ตรงหน้า จึงรีบกลับไปหาโซคิจิที่จุดนัดพบอีกครั้ง



"ไอ้เจ้าบ้าเอ๊ย ทำไมแกไม่ทำตามที่ฉันบอก ถ้าแกไม่ทำแบบนี้หละก็....." โซคิจิต่อยสั่งสอนโชทาโร่ไปหนึ่งที ทำให้โชทาโร่รู้สึกผิดต่อสิ่งที่ตัวเองทำลงไปในระดับหนึ่ง


แก้ไขครั้งล่าสุด 25-พฤษภาคม-2553 16:31

MEMBER SIGNATURE IMAGE
zeronos
ต่อสู้ในวันนี้ก็เพื่อวันนี้
สมาชิกหมายเลข: 151
จำนวนการโพสท์: 6416
เข้าร่วมเมื่อ: 5/09/2550
ประวัติการต่อสู้
ชนะ:0 แพ้:0 เสมอ:0
post message 
VIP Member




"เป็นความผิดของฉันเอง เพราะฉันไม่ทำตามคำสั่งของลุง ลุงถึงได้......ถูกล้อมยิงจนเสียชีวิตในคืนวันนั้น" และเหตุการณ์ก็ดำเนินเรื่อยไปจนกระทั่งโซคิจิช่วยชายคนนั้นออกมาได้ แต่ก็พลาดถูกยิงจนไม่สามารถไปไหนต่อได้ และเพราะโซคิจิเองก็รู้ชะตากรรมของตนเอง จึงฝากฝังเรื่องที่เหลือให้กับโชทาโร่ต่อไป



"โชทาโร่ ฉันฝากแกจัดการต่อทีนะ ฝากดูแลเด็กคนนั้นด้วย" โซคิจิหยิบหมวกของตัวเองสวมให้กับโชทาโร่เป็นการฝากฝังครั้งสุดท้าย

"อย่าพูดแบบนั้นสิ ผมหนะยังเร็วเกินไปที่จะใส่หมวกใบนี้ไม่ใช่เหรอ"

"ถ้างั้นก็เติบโตขึ้นเป็นชายที่เหมาะสมกับมันซะสิ" ในวาระสุดท้าย โซคิจิยังคงสั่งสอนโชทาโร่ด้วยวิธีของตัวเอง โดยไม่มีการกล่าวโทษโชทาโร่เลยแม้แต่น้อยจนกระทั่งสิ้นลมหายใจลงไป ณ ตรงนั้น



"ลุงงงงงงงงงงงงง!!!!" เสียงแห่งความโศกเศร้าของโชทาโร่ที่ดังออกมา สะท้อนถึงความเสียใจที่เกิดขึ้นอย่างมากมายมหาศาล

"และในที่แห่งนั้น ฉันกับฟิลลิปก็ได้แปลงร่างร่วมกันเป็นครั้งแรก" โชทาโร่นึกไปถึงตอนที่ทั้งสองแปลงร่างเป็น W ครั้งแรกกันอีกครั้ง โดยที่โชทาโร่ยังคงสับสนกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นพอสมควร



"นี่มันเกิดอะไรขึ้น แล้วฉันเป็นอะไรไปแล้วเนี่ย"

"ฉันเดาว่านายคงยังไม่เข้าใจเรื่องที่เกิดขึ้นเท่าไหร่หรอกนะ" ซึ่งผลจากการระเบิดอย่างรุนแรงของ Gaia Tower ทำให้พื้นบริเวณนั้นถล่มลงมา ซึ่งทั้ง W และร่างของชายคนนั้นก็หล่นลงมาในเวลาเดียวกัน



แต่ร่างของชายคนนั้นกลับถูกเมมโมรี่รูปร่างไดโนเสาร์ช่วยเอาไว้ก่อนจะตกถึงพื้นทำให้ไม่บาดเจ็บอะไรมากนัก และโดยทันทีที่ W ถอนออกจากการแปลงร่าง สติของชายคนนั้นก็กลับคืนมาทันที



"มาเปลี่ยนกัน เราจะออกไปจากที่นี้ด้วยกันเดี๋ยวนี้เลย" ชายคนนั้นเปลี่ยนเมมโมรี่รูปร่างไดโนเสาร์นั้นให้กลายเป็น Fang Memory



"แปลงร่าง" คราวนี้กลับกลายเป็นฝั่งโชทาโร่ที่หมดสติลงไปแทน W เปลี่ยนร่างไปเป็น Fang-Joker แต่ทันที่เปลี่ยนร่างไป ท่าทางของ W ก็เปลี่ยนไปด้วย ราวกับสัตว์ป่าที่กระหายการต่อสู้

ถึงแม้เหล่ากองทัพ Masquerade Dopant จะพยายามเข้ามาขวางยังไง ก็ไม่สามารถหยุดยั้งการโจมตีอย่างบ้าคลั่งของ W ในตอนนี้ได้เลยแม้แต่น้อย



"พลังนั่น...มันอะไรกัน??" แม้แต่ Taboo Dopant ที่ลงมาหวังจะหยุด W เอาไว้ให้ได้ ยังไม่วายโดนลูกหลงจากการต่อสู้อย่างป่าเถื่อนของ W ไปด้วย และเมื่อได้จังหวะ W ก็แบกร่าของโชทาโร่หนีออกไปได้ในที่สุด ก่อนที่ตึกหลังนั้นจะพังทลายลงแทบไม่เหลือซาก



"เหตุการณ์นั้นแหละนะ ที่ทำให้นายกับฉันกลายเป็น W หลังจากนั้นฉันเองก็ต่อสู้มาตลอดเพื่อหวังว่าจะชดเชยบาปที่เกิดขึ้น" โชทาโร่พูดขึ้นหลังจากที่พาคนดูอย่างเราย้อนอดีตจนอิ่มแล้ว

"แต่ฉันคิดว่ายังมีความจริงบางอย่างที่นายยังไม่รู้เกี่ยวกับคืนนั้นนะ" ฟิลลิปพูดถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นตอนที่โซคิจิพยายามช่วยตนออกจาก Gaia Tower จากการทำเช่นนั้น ทำให้จิตใจของทั้งสองเกิดการเชื่อมโยงขึ้นชั่วคราว จนโซคิจิสามารถเข้าไปหาตนเองในห้องสมุดโลกได้



"ที่ผ่านมา นายเคยทำอะไรด้วยความต้องการของตัวเองบ้างรึเปล่า" ชายคนนั้นส่ายหัวเป็นทำนองบอกว่าไม่เคย

"ถ้างั้น ก็เริ่มจากวันนี้ไปนี่แหละ นายสามารถหนีจากโชคชะตาแบบนี้ได้ขอเพียงแค่นายคิดอยากจะทำ แล้วหลังจากนั้นเมื่อนายเป็นอิสระ ก็จงนับความผิดที่ตนเองก่อขึ้นไว้ด้วยหละ"

"ความผิด....ของฉัน งั้นเหรอ??" ชายคนนั้นคงนึกไม่ถึงว่าจะมีผู้ที่ให้อิสระกับตัวเองด้วยตัวเองได้ถึงขนาดนี้

"นายชื่ออะไรหละ??" โซคิจิถามชื่อชายคนนั้น แต่ดูท่าทางแม้แต่ชื่อ ชายคนนั้นก็ลืมไปหมด เพราะว่าอยู่แบบไร้ตัวตนมาตลอด



"ถ้างั้น ฉันขอเรียกนายว่า Philip ที่มาจาก Philip Marlowe เป็นชื่อของบุคคลที่ฉันชื่นชมและเป็นตัวอย่างของคนด้วยกัน เขาเป็นผู้ที่จัดการและคลี่คลายทุกอย่างด้วยพลังและทางเลือกของตัวเขาเอง" ซึ่งภายหลังจากการสนทนานั้นฟิลลิปที่ได้เห็นการตายของโซคิจิตรงหน้าจึงได้เข้าใจทันทีว่าตนได้สร้างความผิดขึ้นมาแล้ว (ชอบ Soundtrack ตอนนี้อีกและ)

"ความผิดของนายคือการเลือกหนทางที่เห็นแก่ตัว ส่วนตัวฉันก็คือการมีชีวิตอยู่โดยไม่เคยอาศัยการเลือก เราต่างคนต่างมีพันธะที่จะต้องสู้ร่วมกันเพื่อจะชดเชยความผิดที่ตนเองเคยก่อขึ้น เพราะเหตุนั้นเราถึงได้กลายมาเป็น W จนถึงตอนนี้ ไม่ใช่หรือไง" ฟิลลิปพูดเตือนสติโชทาโร่อีกครั้งให้เข้าใจเรื่องราวที่เกิดขึ้นและเพื่อย้ำความตั้งใจในการเป็น W อีกครั้งกับโชทาโร่

"ฟิลลิป นี่นายอุตส่าห์มาถึงที่นี่ เพื่อจะให้ฉันนึกเรื่องนี้ให้ออกอย่างงั้นเหรอ....."



"ถ้าไม่มีนาย ฉันก็ไปต่อไม่ได้ ฉันขอถามแบบเดียวกันกับที่ฉันเคยถามเมื่อคืนนั้นนะ โชทาโร่ นายกล้าพอที่จะร่วมทางไปกับปีศาจรึเปล่าหละ" ถึงโชทาโร่จะไม่ตอบอะไร แต่การเขารับหมวกจากฟิลลิปกลับไปสวมอีกครั้ง นั่นหมายความว่าเขาเองก็พร้อมที่จะเผชิญเหตุการณ์ตรงหน้าอย่าไม่กลัวเกรงอีก ฟิลลิปเมื่อเห็นดังนั้นจึงเข้าสู่ห้องสมุดโลกอีกครั้ง เพื่อตามหาเบาะแสต่อไป



"ฟิลลิป เราต้องหาตัวคนร้ายตัวจริงให่ได้ คีย์เวิร์ด ความตาย แล้วก็ มุตสึกิ เอริกะ" การค้นหาเป็นไปเรื่อยๆ แต่ข้อมูลก็ยังไม่ค่อยชัดเจนเท่าไหร่นัก

"ฉันเคยลองหาแบบที่นายลองแบบนี้มาแล้วนะ แต่ว่าจำนวนหนังสือมันไม่ยักกะลดลงเลยแฮะ" ฟิลลิปเองก็ท่าทางจะจนความคิด เพราะว่าไม่มีคียเวิร์ดจะใส่เพิ่ม

"ท่าทางจากข้อมูลที่คุณจินโนะให้มา อาจจะทำให้เราได้คีย์เวิร์ดอะไรเพิ่มเติมก็ได้นะ" ทันทีที่โชทาโร่หยิบไฟล์เอกสารออกมาดูก็พบว่ามีข้อมูลบางอย่างที่เหมือนกันอยู่ โชทาโร่จึงให้ฟิลลิปตรวจสอบต่อทันที



"5 วันก่อนคริสต์มาสงั้นเหรอ ฟิลลิป ฉันรู้แล้ว คีย์เวิร์ดคือ วันที่ 19" ทันทีที่ใส่คีย์เวิร์ดตัวสุดท้ายลงไป ข้อมูลต่างๆที่ไม่เกี่ยวข้องก็ถูกคัดกรองออกจนหมด จนเหลือแต่หนังสือที่หน้าปกเขียนว่า Priest อยู่เล่มเดียว ซึ่งทันทีที่ฟิลลิปอ่านข้อมูลนั้นเสร็จ ฟิลลิปก็สรุปความทั้งหมดออกมาให้โชทาโร่ฟังทันที

"จากข้อมูลบอกว่าทุกวันที่ 19 ของทุกเดือนจะมีการรวมตัวกันของกลุ่มทางศาสนากลุ่มหนึ่ง โดยกลุ่มนี้เรียกตัวเองว่า "ในนามแห่งความสงัดและรัตติกาล" โดยกลุ่มที่ว่านี้ก่อตั้งขึ้นโดยบาทหลวงรูปหนึ่งหนะนะ"

"บาทหลวง หรือว่าจะเป็นหมอนั่น ดีหละ ไปกันเถอะคู่หู" โชทาโร่เมื่อนึกถึงบาทหลวงที่ตนเองเจอตอนไปไหว้ศพของเอริกะก็เหมือนจะนึกอะไรออกไปด้วย จึงรีบออกเดินทางจากเกาะตรงนั้นทันที ซึ่งทางด้านอากิโกะที่คอยสะกดรอยตามบาทหลวงคนนั้นอยู่ก็คอยรายงานสถานการณ์ที่เกิดขึ้นให้ฟังด้วย

"เชิญทางนี้ครับ " บาทหลวงคนนั้นพาอาซามิเข้ามาในโบสถ์แห่งหนึ่ง ซึ่งอาซามิเองก็ยังรู้สึกหวาดๆเกรงๆในสถานที่แห่งนีพอสมควร แต่แล้วเธอก็หันไปเห็นอากิโกะที่แอบตามเข้ามาด้วยเข้าพอดี



"คุณอาซามิ ทำไมจะมาที่นี่ถึงไม่บอกพวกเราหละคะ รีบออกไปจากที่นี่เถอะค่ะ หมอนั่นหนะเป็นโดแพนท์นะ" อากิดกะก็พยายามเตือน แต่ว่า.....

"ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ฉันรู้ว่าบาทหลวงท่านนั้นดูน่ากลัว แต่ว่า ไม่ว่ายังไงฉันก็อยากเจอพี่หนะค่ะ" อาซามิเลือกอยู่กับคนอันตรายเพียงเพื่อที่จะเจอพี่ของเธอเท่านั้น

"แต่คนที่ตายไปแล้วหนะ ไม่มีวันที่จะกลับมาหาเราหรอกนะคะ" คำพูดของอากิโกะประโยคนี้ทำให้ใจของอาซามิโยกคลอน แต่ไม่ทันไรบาทหลวงคนนั้นก็ปรากฎตัวออกมา

"ท่าทางพวกเธอจะรู้ตัวจริงของฉันแล้วสินะ" บาทหลวงผลักทั้ง 2 คนเข้าไปในห้องๆหนึ่ง ซึ่งห้องนี้เต็มไปด้วยโลงศพมากมาย และก็มีคนหลายคนที่นอนอยู่ในโลงนั้นด้วย



"ที่นี่แหละ เป็นที่ๆพวกเรา ในนามแห่งความสงัดและรัตติกาล มาพบกันเป็นประจำ แถมบรรดาคนมีหน้ามีตาของเมืองฟูโตะก็มาที่นี่กันทั้งนั้น เพราะว่าพวกเขาทุกคนต่างเป็นผู้ที่ต้องการจะได้พบกับบุคคลอันเป็นที่รักอีกครั้งไงหละ" ระหว่างที่บาทหลวงพล่ามไปเรื่อยๆ อากิโกะก็พยายามพาอาซามิออกจากบริเวณนั้น แต่อากิโกะกลับถูกบาทหลวงต่อยซะกระเด็นลงโลงไปซะก่อน

"พวกเขาเหล่านั้นหนะไม่จำเป็นต้องใช้ชีวิตในฟูโตะอีกแล้ว พวกเขาจะหลับอยู่ที่นี่ตลอดไป เพื่อที่วันหนึ่งเขาจะได้ไปพบกับคนที่เขารักไงหละ" คำพูดของบาทหลวงทำให้อาซามิต้องรีบผละออกมาทันที

"ทำไม ทำไมต้องทำกันแบบนี้ด้วย"

"เธอเองก็มาอยู่ที่นี่ซะเถอะ นอนหลับไปชั่วนิรัดร์เพื่อที่จะฝันถึงพี่สาวที่เธอรักมากที่สุดคนนั้นไงหละ" แต่ก่อนที่บาทหลวงคนนั้นจะได้ทำอะไรมากกว่านั้น ทั้งโชทาโร่และฟิลลิปก็เข้ามาขวางซะก่อน



"หยุดอยู่แค่นั้นแหละ หัวหน้าชมรมในนามแห่งความสงัดและรัตติกาล โรเบอร์โต้ ชิจิมะ ไม่สิ ต้องเรียกว่า Death Dopant ถึงจะถูกสินะ"



"พวกแกนี่นะ เอาหละ ถ้างั้นฉันจะแสดงให้ดูถึงพลังที่ครอบงำได้กระทั่งความเป็นและความตายของฉัน" ชิจิมะหยิบเมมโมรี่ D ขึ้นมาแปลงร่าง ซึ่งทันทีที่ชิจิมะแปลงร่างเรียบร้อยก็เกิดความมืดเข้ามาครอบคลุมทั่วบริเวณ และในตอนนั้น นารุมิ โซคิจิก็ปรากฎตัวขึ้นในเวลาเดียวกัน



"คราวนี้ฉันจะไม่อ่อนข้อให้หรอกนะ โชทาโร่" โซคิจิแปลงร่างเป็น Skull ต่อหน้าโชทาโร่อีกครั้ง และเสียงของ Death ก็ดังขึ้นในเวลาเดียวกัน

"ชายคนนั้นคือคนที่แกไม่มีทางสู้ได้ แล้วคราวนี้แกจะทำยังไง"

"โชทาโร่ แกไม่ควรจะมาอยู่ที่นี่นะ"

"ลุง คุณผู้หญิงคนนี้เป็นผู้จ้างวานของผม"

"แล้วไงหละ หรือว่าแกจะขัดคำสั่งฉันอีกครั้ง แกจะฆ่าฉันอีกครั้งงั้นเหรอ หลบไปซะ โชทาโร่" Skull กดดันจิตใจของโชทาโร่จนถึงขีดสุด

"โชทาโร่คุง อย่าไปฟังนะ" อากิโกะเองก็พยายามเตือนสติ ทางโชทาโร่พยายามหวนนึกถึงภาพของโซคิจิในความทรงจำของเขาแล้วเขาก็ทำในสิ่งที่ทุกคนคาดไม่ถึง โดยการต่อยหน้า Skull จนกระเด็นไป (แต่มือก็เกือบแหกไปด้วยหละนะ)



"ผมจะสู้เพื่อปกป้องผู้จ้างวานของผม แม้ว่าจะต้องใช้ชีวิตของตนเองเข้าแลกก็ตาม ผมจะทำตามที่ลุงเคยสอนผม ฉะนั้นต่อให้ลุงคิดจะหยุดผม ผมก็จะสู้กับลุงเอง สิ่งที่ลุงสอนให้ผมนี่แหละ คือสิ่งเดียวของลุงที่เหลืออยู่ในใจผม"

"บ้าชะมัด แกเป็นใครกันแน่" เสียงของ Death ดังขึ้น แต่ดันถามอะไรไม่ถาม ดันถามเรื่องที่เข้าทางบทพระเอกซะจริงๆ
"ฉันหนะ ไม่สิ พวกเราหนะ คือผู้รับช่วงต่อจิตวิญญาณจากนารุมิ โซคิจิ นักสืบและมาสค์ไรเดอร์สองคนในร่างเดียวยังไงหละ ไปกันเถอะ ฟิลลิป"



"แปลงร่าง!!" ทันที่ที่ทั้งสองแปลงร่าง W ก็ตรงเข้าเล่นงาน Skull อย่างไม่มีการยั้งมือทันที ทางด้านฟิลลิปที่หมดสติไปแล้ว ก็ได้อากิโกะช่วยพยุงออกไป (เหมือนเคย)



"อ๊ะ คุณอาซามิ ฉันว่าหาที่หลบก่อนน่าจะดีกว่านะคะ เอ้าฮึบ!!" อากิโกะก็พูดไปแบกฟิลลิปไป โดยที่ทั้ง W และอากิโกะไม่ได้รู้เลยว่าด้านนอก โดแพนท์ระดับสูงทั้งสามกำลังใกล้เข้ามา

ทางด้านนอกที่ W กำลังซัดกับ Skull อยู่นั้น เมื่อ W ไม่มีการออมมืออย่าง Skull ก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้เลยแม้แต่น้อย



"โชทาโร่ นี่นายไม่สนใจเลยรึไง ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับฉันหนะ" ถึงแม้ตอนนี้ Skull จะพูดอะไรออกมา ก็ไม่ทำให้จิตใจของ W หวั่นไหวอีกต่อไปแล้ว W เปลี่ยนร่างตนเองเป็น Heat-Joker และเข้าต่อย Skull ด้วยหมัดเพลิงเต็มแรง จนร่างของ Skull หายไปจากตรงนั้นยและกลับคืนร่างเป็นชิจิมะเหมือนเดิม



แต่ดูเหมือนชิจิมะจะไม่สนใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ยังคงหยิบเมมโมรี่ขึ้นมาแปลงร่างต่อ เสียงเมมโมรี่ดัง Dummy และทันทีที่แปลงร่างเสร็จ ร่างของชิจิมะก็สลับกันไปมาระว่างระหว่างร่างของเอริกะพี่สาวอาซามิ ร่างของ Skull ร่างของโซคิจิ จนในที่สุดก็กลับมาอยู่ในร่างของ Death ในที่สุด

"นั่นมันอะไรกันหนะ" ท่าทางโชทาโร่จะแปลกใจกับภาพที่เกิดขึ้นเล็กน้อย

"งั้นเองหรอกเหรอ ฉันเข้าใจหมดแล้ว โชทาโร่ เมมโมรี่ของหมอนั่นไม่ใช่ Death หรอก แต่ D ที่ว่าหนะ หมายถึง Dummy ต่างหาก" W เปลี่ยนร่างเป็น Heat-Trigger แล้วปล่อยกระสุนเพลิงเข้าเผาผลาญร่างของ Death จนเมื่อผ้าคลุมของ Death ไหม้หมดไป ก็ปรากฎร่างของ Dummy Dopant ขึ้นมาแทน



"นั่นหนะเหรอ ร่างจริงของหมอนั่น พิลึกชะมัด" อากิโกะที่ตามมาทันเห็นพอดี ก็อดวิพากษ์วิจารณ์รูปร่างของโดแพนท์ตนนี้ไม่ได้



"ความสามารถของฉันหนะ คือจะเปลี่ยนร่างตนเองไปเป็นใครก็ได้แม้กระทั่งคนที่ตายไปแล้ว และฉันก็จะใช้ประโยชน์จากความทรงจำของคนที่ตายไปแล้วนี่หละมาควบคุมคนอื่นๆที่ยังรักและมีความผูกพันกับคนๆนั้นต่อไป ซึ่งมันก็จะทำให้ฉันอยู่ได้สุขสบายเหนือคนอื่น และในท้ายที่สุดตัวฉันก็จะ..........โอ้ย!!!!" ระหว่างที่ Dummy Dopant มัวพล่ามมากอยู่นั้น ก็โดนอากิโกะตบด้วยเกิบเข้าซะหนึ่งป๊อก



"ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าจะมีตัวสวะสังคมแบบนี้มีชีวิตอยู่ด้วย พวกนาย จัดการมันเลย" อากิโกะคงจะหงุดหงิดเอาเรื่องที่เจอคนแบบนี้ ถึงขนาดทิ้งร่างของฟิลลิปเอาไว้ตรงนั้นเลย



"อย่างนายหนะ คงไม่ต้องถามอะไรแล้วหละนะ เอาหละมานับความคิดที่แกก่อขึ้นกันได้แล้ว" W ลั่นไกใส่ร่าง Dummy Dopant ทันที แต่ก่อนที่จะได้ทำอะไรมากกว่านั้น เหล่าโดแพนท์ทั้ง 3 อันได้แก่ Taboo Dopant Nazca Dopant Claydoll Dopant ก็เข้ามาขวางเอาไว้ซะก่อน



"พลังของนายหนะค่อนข้างน่าสนใจและน่าจะเป็นประโยชน์สำหรับพวกเรา พวกเราเลยมาช่วยนายยังไงหละ"

"จงภูมิใจเถอะ"

"คราวนี้แหละที่เราจะตัดสินกันไปเลย มาสค์ไรเดอร์"



ทาง W เองเมื่อต้องเจอกับศึกใหญ่ขนาดนี้ก็เลยเปลี่ยนร่างตนเองเป็น Heat-Metal เข้าต่อสู้ทันที การรุกรับเป็นไปอย่างสูสีระหว่างไรเดอร์และเหล่าโดแพนท์ โดยที่ Dummy Dopant พอเห็นช่องทาง ก็รีบชิ่งออกจากวงการต่อสู้นั้นทันที แต่เมื่อ W พอเห็น Dummy Dopant จะรีบชิ่งออกไป จึงชิงใช้ Maximum Drive ขวางเอาไว้ซะก่อน



"คิดจะหนีเรอะ ฝันไปเหอะ Metal Branding" W ฟาดพลังเพลิงเข้าใส่โดแพนท์ทั้ง 4 เต็มแรง ซึ่ง Dummy Dopant เองก็ได้รับผลกระทบจากการโจมตีนั้นไปด้วยแต่ก็ไม่มากนัก

"เมมโมรี่เบรคไม่ได้ผลงั้นเหรอ หมอนันอึดพอควรเลยนะนั่น" ฟิลลิปเองก็คงนึกไม่ถึงว่า Dummy Dopant จะยังหลุดรอดจากการโจมตีเมื่อครู่ไปได้



ทาง Dummy Dopant เองด้วยความกล้าหาญ (แบบสุดกำลัง) จึงหาทางหนีด่วน พอเห็นล้อรถแถวนั้นก็เลยแปลี่ยนร่างตัวเองเป็นล้อรถ (ซะงั้นเว้ยเฮ้ย!!) หนีไปแทน

"หนอย เจ้าหนอนแมลงนั่น ดันหนีไปซะได้" ทางพวกโดแพนท์เองคงนึกไม่ถึงว่าคนที่ตัวเองอุตส่าห์มาช่วยจะลี้ได้เร็วปานนั้น



"คิดจะหนีงั้นเหรอ ไม่มีทางหรอก ฉันจะตามแกไปจนกว่าจะถึงสุดขอบโลกนั่นแหละ" W เรียก Revolcarry ออกมาเพื่อไล่ตามทันที



เส้นทางของ W จะไปจบลง ณ ที่ใดกัน??

แก้ไขครั้งล่าสุด 25-พฤษภาคม-2553 16:32

MEMBER SIGNATURE IMAGE
zeronos
ต่อสู้ในวันนี้ก็เพื่อวันนี้
สมาชิกหมายเลข: 151
จำนวนการโพสท์: 6416
เข้าร่วมเมื่อ: 5/09/2550
ประวัติการต่อสู้
ชนะ:0 แพ้:0 เสมอ:0
post message 
VIP Member

Masked Rider Decade X Double : Movie Taisen 2010



ทั้ง Decade และ W ต่างคนละเส้นทาง ฝ่ายหนึ่งไล่ตาม ฝ่ายหนึ่งหนีการไล่ตาม แต่ถึงอย่างนั้น อีกไม่นานเส้นทางของทั้ง 2 กำลังจะประสานกันกลายเป็นเส้นทางเดียว



"นี่ พี่ชาย ทำไมถึงไม่ยอมแพ้ซักทีหนึ่งหละ" Neo-Organism ที่เข้าควบคุมป้อมปราการลอยฟ้าไครซิสยังคงไล่ตาม Decade ต่อไปเรื่อยๆ

"ให้ตายสิ เลิกตามซักทีเถอะน่า" Dummy Dopant ก็ยังคงหนีต่อไปเรื่อยๆ แบบวิ่งสู้ฟัด

"คิดว่าฉันจะยอมเรอะ ฝันไปเถอะ" W ตอบกลับแบบไม่ต้องคิด

"คิดว่าฉันจะยอมเรอะ ฝันไปเถอะ ไม่ใช่แค่เพื่อคนที่ฉันเคยพบด้วยหรอกนะ" Decade ก็ตอบกลับไปแบบไม่ต้องคิดเหมือนกัน

"แต่เพราะแกที่ทำให้ความทรงจำของคนต้องแปดเปื้อนไป แกต้องชดใช้"

"นี่แกเป็นใครกันเนี่ย??"

"นี่พี่ชายเป็นใครกันแน่??"

"จำเอาไว้ให้ดีหละ ฉันหนะ"

"พวกเราหนะ คือมาสค์ไรเดอร์สองคนในร่างเดียว"

"ก็แค่ไรเดอร์ที่ผ่านมา"

"ยังไงหละ!!!!!"



จนในที่สุดเส้นทางของไรเดอร์ทั้ง 2 ก็กลับมาเชื่อมโยงกันจนได้ ซึ่งทางด้าน W พอมาถึงก็พบกับป้อมปราการลอยฟ้าไครซิสทันที ก็ต้องงงเป็นไก่ตาแตกอยู่แล้วงานนี้

"เฮ้ย นั่นมันอะไรวะเนี่ย นี่มันเกิดอะไรกันขึ้นหนะ"

"หรือว่าพี่ชายก็อยากเล่นด้วยใช้ม้า งั้นก็มาเล่นด้วยกันเถอะ" Neo-Organism ไล่โจมตีใส่ W อย่างต่อเนื่อง ซึ่งทำให้ W กับ Decade ได้มาเจอกันในที่สุด ทั้งสองต่างหลบเลี่ยงการโจมตีอันแสนบ้าระห่ำของป้อมปราการลอยฟ้าได้ในที่สุด และในที่สุดทั้งสองต่างก็มีโอกาสได้คุยกันซักที



"เจอกันอีกแล้วนะ มาสค์ไรเดอร์ W" Decade กล่าวทัก W ก่อนเพราะว่าพี่แกจำได้ว่าไอ้สองสีนี้เคนโผล่มาแย่งซีนพี่แกครั้งที่แล้ว



"ที่ว่าอีกแล้ว หรือว่านาย Decade" W กลับลืมซะงั้นทั้งที่ไปแย่งซีนเขามา แต่ก่อนที่จะได้พูดคุยกันมากกว่านั้น ทั้งสองก็โดนหุ่นแมมมอธโจมตีใส่ซะก่อน โดยคนที่คอยคุมการโจมตีนี้ก็คือ Dummy Dopant นั่นเอง



"สุดยอดเลย นี่มันสวรรค์รึไงเนี่ย นี่แหละโลกอันสมบูรณ์แบบสำหรับฉันที่จะทำอะไรตามต้องการก็ได้" ก็ยังคงไม่เลิกพล่ามสำหรับ Dummy Dopant



"W ช่วยเป็นกองหนุนให้หน่อยแล้วกันนะ"

"นายจะเอาไงหละ ฟิลลิป"

"ท่าทางเราจะไม่มีทางเลือกแล้วหละนะ"



ในระหว่างที่สถานการณ์กำลังเข้าตาจนนั้น ก็เกิดประตูมิติขึ้น เหล่าไรเดอร์ทั้ง 9 รวมถึงดิเอนด์ตามมาถึงสถานที่ต่อสู้ตรงนี้ได้อีกครั้ง ภาพของเหล่าฮีโร่ที่พร้อมเพรียงกันตรงหน้า สร้างความหงุดหงิดให้กับ Neo-Organism เป็นอย่างมาก

"อย่ามาขวางน่า" Neo-Organism ควบคุมป้อมปราการลอยฟ้าให้โจมตีใส่เหล่าไรเดอร์ทั้งหมดจนกระเด็นกระดอน แต่ถึงอย่างนั้นทุกคนก็ไม่หยุดแค่นั้น



"ทุกคน ลุยกันเลย!!" ยูสุเกะกล่าวนำทีม เป็นจังหวะเดียวกันกับที่ Decade ใช้การ์ด FFR: All Riders เปลี่ยนร่างไรเดอร์ทั้งหมดเข้าสู่ร่าง FFR เพื่อเข้าประจันบานกับป้อมปราการลอยฟ้าทันที



ส่วน Decade และ W ก็ลุยคู่กับหุ่นยนต์ช้าง แต่ดูสถานการณ์จะไม่ค่อยเข้าข้างเท่าไหร่ กองกำลัง FFR ต่างแพ้แก่่ป้อมปราการแบบไม่เป็นท่า ยังดีที่การต่อสู้ระหว่าง W และหุ่นยนต์ช้างนั้นได้ Revolcarry เข้ามาช่วยทำให้สถานการณ์ไม่แย่เกินไปนัก และเมื่อมีโอกาส W ก็ใช้ Hard Turbuler เพื่อการทำศึกทางอากาศทันที



"ขึ้นมาสิ Decade" ทั้งสองไรเดอร์ร่วมมือกันทำลายส่วนสมองควบคุมการเคลื่อนไหวของหุ่นยนต์ช้างตัวนั้นได้สำเร็จ Dummy Dopant เองเมื่อเห็นสถานการณ์ไม่สู้ดี จึงรีบลี้ด่วนอีกเช่นเคย

ทางด้านป้อมปราการลอยฟ้าตอนนี้ก็ลงจอดบนพื้นและยิงกระหน่ำใส่ W แต่ด้วยความเร็วของ Turbuler ทำให้ W สามารถหลบรอดการโจมตีที่บ้าระห่ำนั้นมาได้ และระหว่างการต่อสู้ดูเหมือนฟิลลิปจะมีไอเดียอะไรดีๆกับหุ่นยนต์ช้างที่ตอนนี้ไม่เคลื่อนไหวแล้วเนื่องจากขาดส่วนควบคุม



"โชทาโร่ เราลองไปควบคุมเจ้านั่นกันดูไหม" ซึ่งโชทาโร่ก็ไม่มีขัด และทันที่ประกบส่วน Hard Part เข้าไปแทนส่วนสมองควบคุมของหุ่นยนต์ช้างที่พังไป หุ่นยนต์ช้างก็กลับมาเคลื่อนไหวพร้อมกับเปลี่ยนสีไปเป็นสีแดงเพลิง กลายเป็น Hard Mamother ไปในที่สุด



"ได้ผลด้วยแฮะ น่าตื่นเต้นชะมัด" แสดงว่าฟิลลิปเองก็คงนึกไม่ถึงว่าวิธีนี้มันจะได้ผล แต่ก็นะ พระเอกยังไงก็พระเอก ก้าวข้ามกฎเกณฑ์ต่างๆได้เสมอ

สุดท้ายจึงเป็นศึกใหญ่ชนใหญ่ จากแต่ก่อน Mammother เคลื่อนไหวแบบสะเปะสะปะ แต่มาตอนนี้เหมือนกับติดสมองให้ทำให้การป้องกันและการเคลื่อนไหวมีความเฉียบคมมากขึ้น



จนผลสุดท้ายจากการใช้ Heat Maximum Drive ของ W Mammother ที่ลุกเป็นไฟก็พุงเข้าปะทะป้อมปราการแบบถวายหัวอย่างรุนแรงจนป้อมปราการได้รับความเสียหายไปทั้งตัวลำ

"นี่แหละที่เขาเรียกว่าดาบนั้นคืนสนองไงหละ" W รีบหนีออกจากบริเวณนั้นก่อนที่จะมีการระเบิดอย่างรุนแรงเกิดขึ้น



ทางด้านภายในป้อมปราการลอยฟ้า ที่กำลังเกิดการระเบิดขึ้นเรื่อย ดร.ชินิงามิ ก็กำลังพยายามจะหนีออกจากบริเวณนั้น แต่ไปๆมาๆก็มีเมมโมรี่กระเด็นออกมาจากคอ ของ ดร.ชินิงามิ เมมโมรี่นั้นก็คือ Doctor Shinigami Memory (Shinigami Hakase Memory) ทำให้ ดร. ชินิงามิกลับไปเป็นลุงฮิคาริตามเดิม

"นี่ ฉันมาทำอะไรในที่แบบนี้เนี่ย" ยังจะมาสงสัยอยู่อีก จะโดนระเบิดตายแล้วลุง ซึ่งในเวลาเดียวกันนัตสึมิในร่าง Kivara ก็มาถึงพอดี

"คุณปู่ คุณปู่รีบออกไปจากที่นี่กันเถอะ"



"เสียงนี่ หรือว่าจะเป็น นัตสึมิ" ลุงแกคงจะดีใจเนอะ ที่หลานแกกลายเป็นไรเดอร์หญิงคนแรกที่ไม่ตายกระทั่งจบเรื่อง ซึ่งในขณะที่ฐานทัพนั้นกำลังระเบิด ทาง Neo-Organism ก็หนีออกไปในเวลาเดียวกัน คงเพราะว่าเบื่อที่ฐานนี้ไม่มีอะไรให้เล่นอีกแล้ว ซึ่งในที่สุดฐานทัพซูเปอร์ไครซิสก็ระเบิดอย่างรุนแรงจนไม่เหลือซาก



ทางด้านนอก Decade ก็กำลังไล่ตื้บ Dummy Dopant อยู่ แต่ไม่ทันจะได้ทำอะไรมากกว่านั้น Neo-Organism ก็โผล่มาขวางหน้าซะก่อน

"คุณโดแพนท์ ถ้ายังไงผมขอรับทั้งร่างกายและจิตวิญญาณของคุณไปเลยนะ" Neo-Organism เข้ากลืนร่างของ Dummy Dopant ในที่สุด จนเกิดวิวัฒนาการขั้นสุดท้ายกลายเป็น Ultimate D ซึ่งเป็นเวลาเดียวกันกับที่ W เข้ามาสมทบกันพอดี



"พวกพี่กล้าดียังไง มาขัดขวางความสนุกของผม พวกพี่ต้องชดใช้" Ultimate D บุกเข้าหาไรเดอร์ทั้ง 2 อย่างรวดเร็วและรุนแรง แถมยังปล่อยคลื่นพลังใส่ไรเดอร์ทั้ง 2 จนกระเด็นกระดอน



"Decade ฉันคิดว่านายน่าจะยังไมีไพ่ตายเหลืออยู่อีกใช่ไหม"

"เออ ทนเจ็บเอาหน่อยก็แล้วกัน" Decade ใช้การ์ด FFR ของ W แยก W ออกเป็นไรเดอร์ 2 คน สร้างความตระหนกตกใจให้กับทั้งสองเป็นอย่างมาก (คงเพราะไม่เคยโดนจับแหวกแบบนี้มาก่อนด้วยหละมั้ง)



Cyclone Cyclone Joker Joker



ลุยกันเลย

ไปกันเถอะ ฟิลลิป

เออ!! ทั้งสามต่างใช้ท่าไรเดอร์คิกของตนเองเข้าโจมตีปิดท้ายใส่ Ultimate D จนระเบิดเป็นจุลไปในทันที



หลังจากจบการต่อสู้ เหล่าไรเดอร์ทั้งหมดที่มาร่วมต่อสู้ด้วยก็เดินทางกลับโลกของตนเองผ่านทางประตูมิติไป (ว่าแต่ มาแค่นี้เนี่ยนะ) ส่วนสึคาสะเองระหว่างที่กำลังจะเดินกลับไปก็เหมือนนึกอะไรบางอย่างออกขึ้นมา



"ฉันคิดว่า นายควรจะเก็บมันเอาไว้นะ" สึคาสะหยิบการ์ด Skull ออกมาแล้วมอบให้โชทาโร่ หลังจากนั้นก็ปล่อยให้โชทาโร่งงต่อไปว่าตัวเองได้รับอะไรมา ก่อนที่สึคาสะเองจะเดินหายเข้าไปในประตูมิติด้วยอีกคน ซึ่งเมื่ออากิโกะและฟิลลิปตามมาเห็นการ์ดใบนั้นต่างก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่ามันคืออะไร



แต่คำตอบทั้งหมดก็เฉลยออกมา ในตอนนั้น Skull ก็โผล่ขึ้นมาผ่านประตูมิติและคืนร่าง (เฉพาะส่วนหัว) ปรากฎเป็นร่างของนารุมิ โซคิจิที่น่าจะตายไปแล้วคนนั้น ทำเอาทุกคนถึงกับตกใจกับภาพที่เกิดขึ้น แต่ดุเหมือนจะมีฟิลลิปคนเดียวที่รู้ความจริงทั้งหมด

"หรือว่าจะเป็น นารุมิ โซคิจิจากโลกอื่น"



"ฉันเองไม่รู้จักพวกนายหรอกนะ แต่เท่าที่ดูท่าทีของนายแล้วก็ไม่เลวเหมือนกัน เพราะว่าหมวกที่นายใส่อยู่มันดูเหมาะกับนายดีนะ ฉันคือ มาสค์ไรเดอร์ Skull ไม่แน่ว่าวันหนึ่งเราอาจจะได้พบกันอีกครั้ง ณ ที่ใดที่หนึ่งก็ได้" ว่าแล้วโซคิจิก็เดินหายเข้าไปในประตูมิติ คำพูดของนารุมิ โซคิจิคนนี้ถึงจะไม่ใช่คนที่เคยสอนเขามา แต่คำพูดแบบนี้ทำให้โชทาโร่แทบจะเก็บน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่



"เขาบอกว่า หมวกใบนี้เหมาะกับฉันหนะ........." อาจจะเป็นคำชมที่ดีที่สุดต่อโชทาโร่ในตอนนี้ เพราะนั่นหมายความว่าตัวตนของโซคิจิได้ยอมรับเขาแล้ว คงไม่มีอะไรน่ายินดีมากไปกว่านี้อีกแล้ว จนในที่สุดโชทาโร่ก็ไม่สามารถห้ามน้ำตาเอาไว้ได้อีก



ทางด้านร้านถ่ายรูปฮิคาริ ทุกคนต่างมารวมตัวกันเพื่อนที่จะถ่ายรูปแบบพร้อมเพรียงกัน โดยนัตสึมิเองก็สงสัยว่าแบบนี้แล้วการเดินทางของสึคาสะจะยังมีต่อไปหรือไม่ ซึ่งสึคาสะก็บอกว่ามีแน่นอน ซึ่งต่อไปจะเป็นการเดินทางในโลกของเขาเอง



ซึ่งทุกคนเองก็พร้อมจะร่วมเดินทางไปกับสึคาสะด้วย (ไม่เว้นแม้แต่คิบาร่า) โดยภาพของโลกต่อไปที่ทุกคนได้เห็นก็คือภาพของถนนที่ทอดยาวไม่มีที่สิ้นสุด บ่งบอกถึงการเดินทางของ Decade จะมีตลอดไป (อาจจะได้เจอกันอีกก็ได้ ไม่แน่ๆ)



ทางด้านของสำนักงานนักสืบเอง โชทาโร่ก็สรุปงานที่เกิดขึ้น และทางอาซามิเองหลังจากที่ได้ยินสิ่งที่โชทาโร่พูดขึ้นมาก็อยากจะทำให้ได้แบบเดียวกับโชทาโร่คือการเก็บคนๆนั้นไว้ในใจเราไปตลอดนั่นเอง ซึ่งในเวลาเดียวกันคนอื่นๆในสำนักงานก็กำลังเลี้ยงฉลองงานคริสต์มาสกันอยู่ (สรุปว่าสั่งไก่มาทั้งเนื้ออกและขาไก่)



ทางโชทาโร่พอเห็นฟิลลิปออกมาอยู่ด้านนอกคนเดียวก็เลยชวนฟิลลิปเข้าไปข้างในด้วยกัน ซึ่งจากตรงนี้ทำให้เรารู้ว่าฟิลลิปชอบกินขาไก่มากว่า(??)



"พวกเราจะยังคงอยู่ที่นี่ อยู่ที่ฟูโตะ เมืองแห่งความทรงจำของเขา อยู่เพื่อสืบทอดความปรารถนาของเขาต่อไป"

แต่ในระหว่างนั้น ด้านนอกก็ปรากฎร่างของชายคนหนึ่ง กำลังถือเมมโมรี่อะไรซักอย่างอยู่



"หลังจากนี้ไป นายจะไม่ใช่ไรเดอร์เพียงคนเดียวในเมืองฟูโตะต่อไปอีกแล้ว" ชายคนนั้นกดเมมโมรี่ เมมโมรี่นั้นเปล่งเสียง Accel (ซึ่งพวกเราก็รู้กันหมดแล้วหนะนะ)

ปล...Movie ตัวนี้จะแทรกอยู่ในเนื้อหาของทีวีซีรีส์หลังตอนที่ 14 ก่อนตอนที่ 15 นะครับ ฉะนั้นไม่ต้องแปลกใจว่าทำไมริวถึงโผล่มาได้ เพราะมูฟวี่นี้ถือเป็นการเปิดตัวริวก่อนจะฉายในซีรีส์จริงๆแค่นั้นเอง
แก้ไขครั้งล่าสุด 25-พฤษภาคม-2553 16:32

MEMBER SIGNATURE IMAGE
zeronos
ต่อสู้ในวันนี้ก็เพื่อวันนี้
สมาชิกหมายเลข: 151
จำนวนการโพสท์: 6416
เข้าร่วมเมื่อ: 5/09/2550
ประวัติการต่อสู้
ชนะ:0 แพ้:0 เสมอ:0
post message 
VIP Member
เสร็จซะที...................  

มีใครอยากลองทำไหมครับ งานแบบนี้วัดใจกันพอควรเลย บอกจริงๆว่าเหนื่อยตั้งแต่รู้ว่าเพิ่งเสร็จแค่ part ของดีเคท

แต่สมาชิกหลายท่านที่ตามอ่าน (ทั้งแบบโพสและไม่โพส) ไม่ต้องกลัวไป เพราะว่ายังไง ก็คงไม่มีการเลิกทำแน่ๆ

ถึงแม้ว่าวันข้างหน้าจะเหลือคนอ่านแค่ 2 คน ผมก็จะทำต่อไปอยู่ดี ก็รบกวนทุกคนติดตามกันต่อไปนะครับ

ปล...หลังจากดูเสร็จ

- เนื้อเรื่องฝั่งดีเคทเบาโหวงเลย หลายคนอาจจะสงสัยว่าแล้วฉากที่มีในตอนจบในตอนที่ 31 มันหายไปไหน??



บอกได้เลยว่า ฉากพวกนี้เป็นฉากเชิงสัญลักษณ์ครับ อาจจะไม่มีปรากฎกระทั่งใน DC ด้วยซ้ำ งงไหม หมายความว่าแบบนี้

ก็คือฉากพวกนี้ไม่มีการเอามาใช้จริง แต่เป็นการบอกกล่าวเนื้อเรื่องที่จะเกิดขึ้นต่อไป เช่น

นัตสึมิล้มดีเคท (จริง) นารุทากิเผยตัวตน (จริง) คิบาร่าปรากฎตัว (จริง) ประมาณนั้น

เพราะตอนนี้เท่าที่ดูมาหลายรอบแล้วก้เริ่มจะเดาออกแล้วหละครับ ว่าฉาก DC มันจะไปเพิ่มเอาตอนไหนบ้าง ฉะนั้นดูแบบอย่าคิดมากเลยเนาะ

- บางคนอาจจะบอกว่าเนื้อเรื่องฝั่ง W ไม่สนุก แต่ผมกลับมองว่าเนื้อเรื่องมีความหนักแน่นเรื่องความสัมพันธืตัวละครนะครับ

ความจริงแทบจะเรียกได้เลยว่ามูฟวี่นี้ โซคิจิเป็นพระเอก (555+) เพราะว่าพี่แกเมพ+เท่เหลือหลายในทุกๆช๊อตที่ปรากฎตัว

- ส่วนในฟาก Movie 2010 เจอจุดจับผิดเยอะแยะไปหมด แต่ที่ข้องใจที่สุดคือจุดนี้ครับ FFR : All Riders

สงสัยกันไหม?? ว่าเบลด ไฟซ์ เดนโอ คิบะ หายไปไหน ความจริงไม่เรียกว่าหายหรอกครับ แต่ไปมั่วตอนต่อสู้มากกว่า

เบลด-กลายเป็นเบลดแจ๊คฟอร์ม (??) คิบะขี่คาสเซิลโดรัน (??) เดนโอขึ้นเดนไลเนอร์ (อันนี้ปกติ) ไฟซ์ขึ้นเจ็ตสไลเกอร์ (??) จะมั่วกันไปถึงไหนค้าบ

เอาเป็นว่ามูฟสี่นี้ดูเอาสนุก เอามันพอครับ อย่าเอาเนื้อเรื่อง เพราะมันรั่วเยอะ 555+ ใครเห็นยังไงบ้าง มาบอกกันหน่อย

ปล2...ชี้แจงเรื่องขนาดภาพในกระทู้นี้ เหตุที่ลดขนาดภาพเล้กลงกว่าสปอยล์ปกติเพราะ ในกระทู้นี้กระทู้เดียวมีร่วมๆ 200 กว่าๆ เกือบจะถึงหลัก 300 ภาพ ขืนใส่ขนาดปกติ คงมีหลายคนแน่ๆที่เปิดหน้านี้ไม่ขึ้น ยังไงส่วนนี้ขออภัยนะครับ

ปล3..สปอยล์ W ตอนที่ 36 คงไม่เกินวันศุกร์ (มั้ง) นะครับ ขออภัยด้วย





แก้ไขครั้งล่าสุด 25-พฤษภาคม-2553 16:49

MEMBER SIGNATURE IMAGE
ไรเดอร์คิบะ
แปลงร่างเป็นยอดมนุษย์ สุดหล่อ
สมาชิกหมายเลข: 1569
จำนวนการโพสท์: 2777
เข้าร่วมเมื่อ: 29/06/2552
ประวัติการต่อสู้
ชนะ:0 แพ้:0 เสมอ:0
post message 
โหละเอียดมาก แถมมีมุขด้วย ผมมีคำถาม ตอนที่สคาสะกับ ยูสึเกะ หายตัวไปนั่น มันหายตัวไปตอนไหน ผมปะติดปะต่อเรื่องเองแล้วยัง งงอยู่


MEMBER SIGNATURE IMAGE
สึคาสะ
Sayonara kamen rida!! ลาก่อนนะ มาสค์ไรเดอร์
สมาชิกหมายเลข: 1552
จำนวนการโพสท์: 2921
เข้าร่วมเมื่อ: 19/06/2552
ประวัติการต่อสู้
ชนะ:0 แพ้:0 เสมอ:0
post message 
สปอยด์ได้สุดยอดเลยครับ เจ๋งจริงๆครับ

อยากจะช่วยทำเหมือนกันแต่ไม่ว่างเลย

ขอบคุณสำหรับสปอยด์ที่สุดยอดนะครับ


MEMBER SIGNATURE IMAGE
มาสไรเดอร์เคโรน
"ํYou See?"

สมาชิกหมายเลข: 1191
จำนวนการโพสท์: 2453
เข้าร่วมเมื่อ: 26/10/2551
ประวัติการต่อสู้
ชนะ:0 แพ้:0 เสมอ:0
post message 
จากที่ดูในเทลเลอร์ในตอนจบของดีเคท

เราจะเห็นว่า มีฉากที่ไม่มีในนี้ด้วย

เพราะงั้นอาจเป็นไปได้ว่า อาจจะออกบลูเรย์ลิมิเต็ดอิดิชั่นออกมาหักหลังเราก็ได้ ก็อุตส่าห์ถ่ายไปแล้วนิ ไม่เอามาขายก็เสียดายของแย่เลย เนอะ


MEMBER SIGNATURE IMAGE
Fantom Lusifer
Suankularb
สมาชิกหมายเลข: 439
จำนวนการโพสท์: 4711
เข้าร่วมเมื่อ: 2/11/2550
ประวัติการต่อสู้
ชนะ:0 แพ้:0 เสมอ:0
post message 
พึ่งอ่านเเค่ของดีเคทจบก็ตาลายเเล้ว  
เเต่เท่าที่อ่านมาสรุปเเล้วดีเคทนั้นไม่ได้เป็นคนทำลายไรเดอร์เเต่กลับเป็นช่วยไรเดอร์มากกว่า
ดูเเล้วนึบถือสึคาสะขึ้นมาเลยทีเดียว
ตอนนี้ขอไปอ่านตอนดับเบิ้ลต่อละครับ


MEMBER SIGNATURE IMAGE
Etrius
จะวันนี้ วันพรุ่งนี้ หรือวันไหนๆ ใช้ชีวิตอย่างเต็มที่และมีความสุข
สมาชิกหมายเลข: 1210
จำนวนการโพสท์: 1030
เข้าร่วมเมื่อ: 19/11/2551
ประวัติการต่อสู้
ชนะ:0 แพ้:0 เสมอ:0
post message 
โหลดโหดมากเลยครับ

ในด้านเนื้อหา ผมอ่านแล้ว เข้าใจเนื้อเรื่องทั้งหมดเลยทีเดียวครับ พี่สปอยได้สุดยอดจริงๆ


ขอบคุณมากครับ

      




MEMBER SIGNATURE IMAGE
   FIRST PAGE [1] 2 3 ... NEXT >> LAST PAGE
39  
   Umman Rider : Kamen Rider Thailand Fan, Since 2007, contact: admin@ummanrider.net